#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/611650

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.35 น.
จากสาวน้อยสุดมั่นที่เดินทางมาประเทศไทยด้วยความเด็ดเดี่ยวเพื่อคว้าตำแหน่งผู้ชนะThe Face Thailand Season 2และเธอก็ทำได้สำเร็จหลายปีแล้วที่เธอโลดแล่นในวงการบันเทิงไทยสำหรับนักแสดงเเละนางเเบบสุดแซ่บติช่า-กันติชาชุมมะด้วยบุคลิกที่เป็นคนชัดเจนสาวมั่นสุดเซ็กซี่แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าเส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบกว่าจะมีวันนี้ต้องผ่านอุปสรรคอย่างมากมายและเรื่องที่ค้างคาใจระหว่างพ่อเลี้ยงพร้อมล้วงลึกเรื่องเซ็กซ์ (Sex Education) ทั้งหมดนี้ติช่าเปิดแบบหมดเปลือกผ่านรายการWoody FM
เรารู้จักกันมาตั้งแต่The Face ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เป็นติช่าวันนั้นที่สวยมีเสน่ห์มีความเฟียสแต่วันนี้เป็นได้ทุกอย่างคุณมาไกลมากคิดไหมว่าหลังจากที่ชนะThe Face หลังจากนี้อีก7-8ปีฉันจะเป็นอย่างนี้ในวงการ?
ติช่า :มีค่ะมีภาพชัดพอสมควรมีวิชั่นค่อนข้างเยอะเลยกับตัวเอง
ภาพในวันนั้นที่อยากจะเป็นอยากให้เกิดขึ้นคืออะไร?
ติช่า :มานั่งกับพี่วู้ดดี้แบบนี้เลยค่ะวันที่ช่าได้คุยครั้งแรกกับพี่วู้ดดี้ช่ามั่นใจว่าจะต้องมีครั้งหน้าอย่างแน่นอน
เป็นคนที่ทำอะไรจะต้องมองให้ไกลถูกไหมครับ?
ติช่า :ใช่ค่ะตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะเรามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ไม่รู้มาจากไหนอยากจะเป็นSomething Somebody ตั้งแต่เด็กแล้วเราดูรายการในทีวีก็คิดว่าสักวันฉันจะเป็นแบบนี้ตอนดูอะไรที่เราชอบแล้วก็รู้สึกว่าอยากไปถึงตรงนั้นบ้าง
จุดซ่อนเร้นไหนของผู้ชายที่เห็นแล้วใจสั่นทันที?
ติช่า :ซิกแพค
ผู้ชายประเทศไหนที่คุณคิดว่าอร่อยที่สุด?
ติช่า : (หัวเราะ) บราซิล
ประเทศแรกที่จะพุ่งไปทันทีหลังจากโควิดหยุดระบาด?
ติช่า :สวีเดน
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตติช่าคือ?
ติช่า :ความรัก
เวลานอนไม่หลับคุณคิดถึง?
ติช่า :Sex
แล้วมันจะช่วยนอนหลับยังไง?
ติช่า :ยิ่งนอนไม่หลับเลยทีนี้เพราะติช่ามีความชอบเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้วแล้วหนูก็ช่วยตัวเอง
บ่อยไหม?
ติช่า :ทุกวัน
เรื่องนี้คุณคุยกับแฟนไหม?
ติช่า :คุยค่ะเป็นเรื่องที่ต้องคุยคือตอนแรกๆเราไม่อยากบอกนะเพราะมันส่วนตัวมากๆแต่พอเราโตขึ้นรู้สึกว่าเข้าใจตัวเองเราคุยได้
ถ้าคุณย้อนเวลาไปเจอตัวเองตอนอายุ15จะเตือนตัวเองในอนาคตว่า?
ติช่า :ไม่เตือนเลยค่ะ
จริงๆแล้วคุณกำลังทำรายการเกี่ยวกับเซ็กซ์Sex Education ด้วยและคุณก็เปิดเผยมากเกี่ยวกับเรื่องของเซ็กซ์ตั้งแต่พูดเรื่องนี้มาเราได้ฟีคแบคหลากหลายถูกไหมสิ่งที่คุณต้องการให้คนดูหรือแฟนๆได้คืออะไรจากเรื่องนี้?
ติช่า :อยากลดสิ่งที่คนตราหน้ากันที่สำคัญที่สุดถ้าเกิดคนอยากรู้จริงเขาไปเสิร์ชดูก็รู้เหมือนกันไม่จำเป็นต้องมาดูรายการนี้แต่สิ่งที่เราอยากให้พูดเรื่อยๆในเรื่องStigma ที่เราจะสามารถลดมันได้แค่ไหนอย่างการมองLGBTQ การรู้ผิดชอบชั่วดีการข่มขื่นการคุกคามทางเพศอันนี้ควรหรือไม่ควรรู้สึกว่าเราต้องพูดเรื่องนี้กันให้มากขึ้น
บางทีการที่เราไม่คิดเหมือนวัฒนธรรมคือส่วนทางเราก็เป็นตัวประหลาดในหลายๆครั้งคุณก้าวผ่านจุดนี้มาได้ยังไง?
ติช่า :เหมือนกับตอนแรกหลายคนจะมองตัวเองว่าสิ่งที่คุณมาตราหน้าฉันนั่นคือสิ่งที่ฉันเป็นแต่ถ้าเกิดในใจเรารู้ว่ามันไม่ใช่เราก็ต้องรู้อยู่ในใจค่ะนั่นคือพาสของการเป็นผู้ใหญ่ที่รู้ตัวเองซึ่งมันไม่ต้องไปนั่งอธิบายให้คนทั้งโลกรู้แต่เมื่อก่อนต้องแก้ต่างทันทีอธิบายตัวเอง
คุณคิดว่าคนส่วนใหญ่มองเรื่องSEX ยังไง?
ติช่า: สนใจแน่นอนมันเป็นเรื่องที่คนสนใจแต่มีหลายคนที่รู้สึกไม่สบายใจมันเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆเขาเลยคิดว่ามาแชร์อะไรที่เป็นส่วนตัวขนาดนี้ช่ารู้สึกว่าการช่วยตัวเองเป็นสิ่งที่เราได้จับตัวเองฉันสบายใจสบายตัวให้ความสุขกับตัวเองพอเราจับตัวเองแทนที่เราจะรู้สึกอายเพราะมันเริ่มจากตอนที่เราเด็กๆเวลาเราช่วยตัวเองแล้วผู้ใหญ่ก็บอกว่าหยุดทำนะทำอย่างนี้ไม่ได้เราเลยรู้สึกว่าเป็นความน่าอายรู้สึกผิดเลยต้องแอบทำไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงผิดพอโตขึ้นมาเรื่อยๆถึงรู้ว่าอ๋อ! มันเป็นยังงี้นี่เองพอเรารู้แล้วความอายทั้งหมดมันไม่ได้หายไปแต่เรารู้สึกเข้าใจมีความรู้สึกว่าทำไมฉันถึงชอบมันทั้งๆที่มันผิดชอบเหลือเกินฉันอยู่กับตัวเองแล้วรู้สึกผ่อนคลายหายเครียดแต่ทำไมฉันต้องมารู้สึกผิดทีหลังด้วยมันต้องใช้เวลาในการปรับตัวเองด้วยหนูว่าเซ็กส์เป็นการปลดปล่อยตัวเองเรามีความสุขกันเรามีช่วงเวลาที่ลึกซึ้งกัน
บางคนไม่กล้าบอกแฟนว่า “ช่วยตัวเอง” เพราะว่ามันอาจจะเกิดปัญหาในครอบครัวบางคนรู้สึกว่าแฟนไม่รัก
ติช่า :เข้าใจเลยว่าทำไมบางคนรู้สึกไม่โอเคเพราะแทนที่คุณจะเอาเวลานั้นมาใช้กับฉันทำไมไม่มาแชร์ประสบการณ์นี้กับฉันทำไมต้องไปทำคนเดียวทำไมเซ็กส์ของเราไม่ดีพอเหรอแล้วโทษตัวเองต้องหยุดคิดแบบนี้เพราะตัวช่าเองมีบางอย่างที่ช่าชอบมากแล้วติดช่าต้องคุยให้เคลียร์ให้เขาเข้าใจซึ่งตอนแรกพอคุยกับแฟนเขาก็จะบอกว่าแล้วเซ็กส์มันไม่พอเหรอหรือยังไงเราก็ต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่ฉันทำส่วนตัวมันไม่ได้ผิดอะไรที่เธอเลยเราต้องอธิบายให้ชัดเจนไม่ใช่ฉันไม่ชอบเธอแต่มันแค่เป็นโมเม้นต์ที่ฉันแค่ชอบตัวเองแบบนี้
แฟนคุณเป็นคนชาติไหนทำไมต้องเป็นบราซิล?
ติช่า :สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ (หัวเราะ) อย่างแรกเลยนะคะติช่าเคยเดทแฟนเป็นคนบราซิลมาก่อนแล้วตอนนั้นเป็นช่วงที่เราปาร์ตี้เจอผู้ชายบราซิลเยอะมากหลายๆอย่างที่เขาทำศิลปะการใช้ชีวิตของเขามันร้อนแรงช่าไม่เคยเห็นประเทศไหนที่มองตาแล้วเหมือนกับจะกลืนกินกันตลอดเวลาเลยอ่ะมีแพชชั่นเยอะมากเขาดูเอนจอยชีวิตมากๆ
ตลอดการเติบโตของติช่าเคยเจออะไรมาบ้าง?
ติช่า :ตอนเด็กๆเจอความลำบากเหมือนกับว่าครอบครัวแยกทางกันก็เจอกับความยากจนติช่าเกิดที่นครศรีธรรมราชแล้วก็ไปอยู่ที่ภูเก็ตสักแป๊บนึงซึ่งจำอะไรแทบไม่ได้เลยซึ่งก็จำแต่สิ่งแย่ๆในหลายๆครั้งโดนทำร้ายโดยผู้ปกครองแล้วครอบครัวก็แตกแยกกันจึงย้ายไปอยู่ที่สกลนคร
คุณผ่านมันมาได้ยังไง?
ติช่า :ช่าไม่ได้มีตัวเลือกไหนนอกจากใช้ชีวิตต่อคือช่าไม่รู้หรอกว่าช่าเข้มแข็งเท่าไหร่แต่มันเป็นทางรอดเดียวไม่งั้นYou Cannot
แล้วคุณก็ไปอยู่ที่สกลนคร?
ติช่า :พอครอบครัวแยกกันก็ไปอยู่กับยายตอนนั้นคือจนสุดๆขนาดที่ไม่สามารถซื้อรองเท้านักเรียนใส่ได้ต้องเดินเท้าเปล่าได้ค่าขนม3บาทต่อวันแต่ช่าเหลือเก็บ2บาททุกวันภูมิใจในตัวเองมากเพราะติช่าฝึกควบคุมตัวเองตั้งแต่เด็กซึ่งเงินที่เก็บไม่ได้จะไปซื้อของขวัญหรือของเล่นแต่เก็บไว้โทรหาแม่จำได้ว่าแม่ไปอยู่ต่างประเทศแล้วเราก็โทรไปหาเขาตอนนั้น1นาทีมันราคา50-60บาทแล้วช่าอยากคุยกับแม่3นาทีต้องเก็บเท่าไรล่ะจึงต้องหักห้ามใจถ้ากินเยอะก็จะได้คุยกับแม่น้อยลงช่าจึงเก็บเงินออมไว้เป็นกระปุกเลยค่ะ
ได้ข่าวว่ามีคนขโมยเงินด้วย?
ติช่า :ใช่เราพาเพื่อนมาเล่นที่บ้านเขาก็เลยขโมยกระปุกเงินไปที่เราเก็บวันละ2บาทซึ่งได้เป็นหลายร้อยมากเลยตอนนั้นเสียใจร้องไห้เลยค่ะทุกความอดทนที่ฉันอดข้าวมามันมีหลายครั้งที่มองดูเด็กคนอื่นกินขนมแล้วต้องหันหน้าหนีเพื่อที่เราจะเอาเงินไปทำสิ่งที่สำคัญกว่าทุกอย่างที่อดทนใช้เวลานานมากมันหายไปเลย
อยู่กับยายนานไหมในตอนนั้นหนูน้อยติช่าคิดอะไรเกี่ยวกับครอบครัว?
ติช่า :3ปีค่ะจำได้แค่ว่าสักวันจะมีวันที่ดีขึ้นจะอยู่ในจินตนาการวาดภาพในอนาคต
ตอนที่ไปอยู่สวีเดนชีวิตดีขึ้นไหม?
ติช่า: ช่ารู้สึกว่าโอมายก๊อดนี่คือโมเม้นต์ของฉันเป็นคนใหม่ชีวิตใหม่ฉันจะเป็นได้ทุกอย่างฉันมีโอกาสเท่าโลกเลยจากแต่ก่อนมันอยู่แค่ตรงนั้นแล้วช่าเป็นคนที่ทะเยอทะยานมากอยากจะเรียนเก่งที่สุดอยากจะทำอันนี้เก่งที่สุดเพื่อวันหนึ่งจะได้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จมีพลังมีกำลังที่จะดูแลตัวเองได้
เราก็เป็นเด็กหัวดำอยู่คนเดียวในสวีเดนจะเป็นที่ยอมรับได้ยังไงถ้าเกิดเป็นส่วนน้อยแล้วต้องเก่งนะเราก็เลยรู้สึกว่าฉันต้องเรียนเก่งอยากจะพรูฟตัวเองมากเพราะตอนที่ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงซึ่งเขาเป็นคนดีนะแต่มันมีโมเม้นต์ที่เราทะเลาะกันพอทะเลาะกันก็จะไล่ออกจากบ้านเราเสียใจมากเพราะไม่มีที่จะไปก็ต้องง้ออยู่ดีซึ่งมีโมเม้นต์เดียวคือต้องเก่งก็เลยตั้งใจเรียนมากตั้งใจเรียนมากไม่พอต้องรวยด้วยมันเลยมีแรงผลักดันตรงนั้นอาจจะฟังดูผิดๆนะแต่ตอนนั้นมันเป็นอะไรที่เป็นแรงกระตุ้นช่าทุกวันเลยถ้าช่าตื่นมาแล้วไม่สามารถมองตัวเองสำเร็จได้และสิ่งที่เกิดขึ้นคือวันที่ได้The Face โอมายก๊อด! ได้เงินรางวัล1ล้านบาทมันเยอะมากนะเพราะช่าถังแตกมาก่อนหน้านั้นฉันได้อันดับหนึ่งนะ
แล้ววันที่พ่อมาเยี่ยมที่เมืองไทยตอนนั้นมาที่ภูเก็ตช่าให้เขาไปอยู่วิลล่าที่มองเห็นทะเลเขาจะเป็นคนที่ชอบล่องเรือมากทำให้เขาก็เอ็นจอยมากช่ารู้สึกพราวสักครั้งหนึ่งแต่ก่อนเราจะเป็นฝ่ายโดนด่าเยอะไงแล้วเขาก็เห็นเขาก็บอกว่าวิวสวยเนอะแต่ช่ารู้เขาภูมิใจตอนก่อนที่เขาจะกลับไปสนามบินเราก็ให้ค่ารถเขาแต่เราไม่ได้คิดอะไรนะแล้วเขาก็น้ำตาไหลจะร้องไห้บอกว่าไม่ต้องให้ฉันแล้วพอเขาจะร้องช่าก็เลยจำได้ว่าทำไมเขาถึงร้องแล้วช่าเองก็อยากร้องไห้เหมือนกันเพราะช่าไม่เคยได้ยินเขาพูดว่าขอบคุณ
ด้วยความที่เราทะเลาะกันตอนนั้นด้วยความที่เราวัยรุ่นความใจร้อนชอบเถียงมากๆเวลาที่เราด่ากันเขาก็จะบอกว่าเธอไม่รู้สึกขอบคุณฉันเลยในชีวิตที่ฉันให้เธอเรารู้สึกโดนกดดันว่าต้องขอบคุณเขาตลอดเวลาพอเราได้ยินเขาขอบคุณบ้างซึ่งมันไม่ใช่เงินที่เยอะเลยพันกว่าบาทเองเขาบอกว่าขอบคุณติช่าซึ่งช่าไม่เคยได้ยินจากปากป๊ะป๋ามันเกิดขึ้นได้ยังไงแต่ก่อนช่าจะเป็นคนที่ขอเขาเป็นโมเม้นต์ที่เขาเองก็ช็อกเรากอดกันหลังจากนั้นพอเขากลับไปช่าไปนั่งร้องไห้เป็นชั่วโมงเลย
โอ้มายก๊อด! มันเป็นโมเม้นต์ที่ช่ารอเหรอทุกอย่างที่ทำมาในชีวิตที่พยายามจะประสบความสำเร็จเพื่อช่วงเวลานี้แหล่ะที่เรารู้สึกเท่าเทียมกันเราเป็นผู้ใหญ่2คนมองตากันอยากเป็นที่ยอมรับที่ทำงานหนักไต่เต้ามาเรื่อยๆไปทำโน่นนี่ก็เพื่อสิ่งนี้ให้เขาบอกว่าขอบคุณติช่ามันใช้เวลาขนาดนี้เลยเหรอแล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคำๆนี้ที่เราต้องการฉันแค่อยากได้บางอย่างอยากจะประสบความสำเร็จแต่พอวันนั้นมาอ๋อ! นี่น่ะเหรอรางวัลของฉันหลังจากนั้นเราดีกันรู้สึกว่ามันปลดล็อกอะไรสักอย่างรู้สึกว่าเราPositive กันมากขึ้น
สามารถติดตามWoody FMได้ที่ช่องทางPodcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันจันทร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา18.00น.
คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=hNs75t3cvh4
#WoodFM#วู้ดดี้เอฟเอ็ม
สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODY FM
Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk
TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk



