#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/611718

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานร่วมกับอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดโครงการ Super AI Engineer Saeson 2 พิธีลงนามสมาพันธ์ปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AI Thailand Consortium) และพิธีมอบเหรียญรางวัลผู้มีความสามารถดีเด่นโครงการ Super AI Engineer Season 1 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัด อว.เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาประเทศไทย ว่า ในทุกปีประเทศไทยมีนโยบายเศรษฐกิจและแผนกลยุทธ์ของชาติที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งจากของบุคลากร และองค์กรภายใน มีการเตรียมพร้อมที่จะขับเคลื่อนประเทศให้สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจภายในกับเศรษฐกิจโลก ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำงาน ซึ่งความเข้มแข็งภายในนี้จะต้องสร้างขึ้นจากการยกระดับนวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งถือเป็นศาสตร์ทางดิจิทัลที่สำคัญ ที่หลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้วต่างให้ความสำคัญและนำมาเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ที่วันนี้ได้เกิดการรวมตัวกันของทุกภาคส่วนในการจัดตั้งสมาพันธ์ปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย หรือ AI Thailand Consortiumที่ประกอบไปด้วย 5 องค์กร ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร.ในฐานะองค์กรภาครัฐศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ในฐานะองค์กรภาคการวิจัย สมาคมสภาคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเทศไทย(CITT) ในฐานะองค์กรภาคการศึกษา สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ในฐานะองค์กรภาคเอกชน และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อสร้างและบริหารจัดการทรัพยากรด้านปัญญาประดิษฐ์ร่วมกัน โดยมุ่งเน้นการจัดทำแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์กลางของประเทศไทย (AI Thailand Platform) การสร้างทรัพยากรให้กับประเทศเพื่อใช้งานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการสร้างอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในประเทศไทยในอนาคต
รมว.อว.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯ ได้สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม อาทิ โครงการปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคน หรือ AI for All ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาบุคลากรในทุกระดับชั้นให้มีความสามารถพิเศษด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือโครงการสุดยอดวิศวกรปัญญาประดิษฐ์ (Super AI Engineer) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากหลากหลายวงการ หลากหลายวัย โดยในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนถึง 5,400 คน มากกว่าปีที่แล้วถึง 2.5 เท่า ถือได้ว่าเป็นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการพัฒนาผู้มีความสามารถ และนำไปสู่การสร้างชุมชนนักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์อย่างแท้จริง
“สิ่งที่สมาพันธ์ฯได้ก่อร่างสร้างขึ้นจะกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหันมาสนใจด้าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยต้องฝากความหวังไว้ที่สมาพันธ์ฯ อย่างมากในการขับเคลื่อนและพัฒนาบุคลากรไทยในทุกระดับชั้นเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ให้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน ศึกษาต่อยอดสู่สายการผลิต ตนเชื่อในศักยภาพของคนไทยว่าสามารถทำได้ทุกอย่าง ทั้งด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือศาสตร์อื่นๆจะเห็นได้ว่ามีคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญและเก่งในหลายๆ ด้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวังว่าสมาพันธ์ฯจะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สู่สังคมในวงกว้างเกิดการพัฒนาจนคนไทยสามารถต่อยอดสายการผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิตได้โดยรัฐบาลนี้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี 2580 หรือในอีก 16 ปีข้างหน้าและในส่วนของ อว. ขอเป็นแนวร่วมและกลไกหลักในการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทย มั่นใจว่าภายใน 10 ปี อว. จะเป็นองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่จุดสูงสุดในระดับสากล และยกระดับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของไทยให้ทัดเทียมกับต่างชาติให้ได้”







