ชาวนาจำใจหอบข้าวเปลือก เกี่ยวหนีน้ำมาขาย โรงสียันไม่กดราคา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/613351

ชาวนาจำใจหอบข้าวเปลือก เกี่ยวหนีน้ำมาขาย โรงสียันไม่กดราคา

วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.43 น.

ชาวนาที่บุรีรัมย์ ทยอยนำข้าวเปลือกสดที่เกี่ยวหนีน้ำ ไปขายตามโรงสีอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้ราคาต่ำเพียง ก.ก.ละ 8-9 บาท  เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นค่าเก็บเกี่ยว วอนรัฐบาลพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า 15 บาท  ด้านผู้ประกอบการโรงสีแนะชาวนาควรรอให้ข้าวแก่เต็มที่และตากให้แห้งก่อนนำมาขาย  หากซื้อข้าวคุณภาพต่ำโรงสีก็เสี่ยงขาดทุนเพราะส่งออกไม่ได้

บรรยากาศที่ โรงสีสหพัฒนาค้าข้าว ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ได้มีชาวนาจากหลายอำเภอ เช่น  อ.สตึก  อ.แคนดง และเขตรอยต่อจาก จ.สุรินทร์ บางส่วน ได้ทยอยนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสด และเกี่ยวหนีน้ำท่วมมาขายอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงนี้จะได้ราคาต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาทก็ตาม แต่ชาวนาก็จำเป็นต้องนำมาขาย เพราะต้องนำเงินไปเป็นค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว  โดยชาวนา บอกว่า หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท หรือตันละ 15,000 บาท  เพราะปีนี้ประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งช่วงต้นฤดูที่ประสบปัญหาภัยแล้งต้นข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย รวมถึงค่าปุ๋ยก็ราคาแพงขึ้น แต่พอถึงช่วงที่จะเก็บเกี่ยวกลับมาเจอปัญหาน้ำท่วม ทำให้ไม่ได้ผลผลิตเต็มที่เท่าที่ควร

นางวิริยาภรณ์ สุดคนึง  อายุ 38 ปี ชาวนาบ้านซาด ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาขายช่วงนี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปจ่ายค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว ก็ยอมรับว่าราคาข้าวที่ได้ค่อนข้าวต่ำไม่คุ้มกับต้นทุน เพราะช่วงต้นฤดูประสบปัญหาภัยแล้งข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อพันธุ์ข้าวใหม่มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย  อีกทั้งค่าไถ  ค่าปุ๋ยก็แพงขึ้น  พอมาถึงตอนเก็บเกี่ยวก็มาเจอปัญหาน้ำท่วมอีก  ทำให้ข้าวบางส่วนแช่น้ำเสียหายได้ผลผลิตไม่เต็มที่ จึงอยากฝากให้รัฐบาลช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการชดเชยเยียวยาหรือพยุงราคาข้าวให้สูงกว่านี้  เพื่อเป็นการแบ่งภาระและช่วยเหลือชาวนาด้วย        

ด้านนายศุภสิทธิ์  อึ้งพัฒนากิจ เจ้าของโรงสีสหพัฒนาค้าข้าว อ.สตึก กล่าวว่า  ช่วงนี้ซึ่งยังเป็นช่วงต้นฤดู   ก็มีชาวนานำข้าวเปลือกมาขายไม่คึกคักเท่าที่ควรเฉลี่ยวันละประมาณ 100 รายเท่านั้น ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นข้าวที่ชาวนาเกี่ยวหนีน้ำท่วมแล้วนำมาขายสด โดยไม่ได้ตากลดความชื้นเลย  อาจเพราะมีความจำเป็นที่ต้องนำเงินไปใช้จ่าย ซึ่งทางโรงสีก็ยืนยันว่ารับซื้อตามสภาพข้าวและกลไกตลาด ไม่ได้มีการกดราคาแต่อย่างใด  แต่หากเป็นไปได้ก็อยากแนะให้ชาวนารอให้ข้าวแก่สุกเต็มที่  หรือตากให้แห้งก่อนแล้วค่อยนำมาขาย  เพราะจะได้ราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับตัวชาวนาเอง เพราะจริงแล้วหากเป็นข้าวสดโรงสีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรับซื้อเพราะไม่มีสถานที่ตาก ทั้งเกรงว่าหากรับซื้อที่เปียกชื้นหรือคุณภาพต่ำไว้  ทางโรงสีก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขาดทุนได้ เพราะหากข้าวที่รับซื้อไว้เสื่อมคุณภาพก็จะไม่สามารถส่งออกได้  

.

009

Leave a comment