มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดหัวใจ ‘อาจารย์พยาบาล’ กับการทำงานในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/613328

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดหัวใจ ‘อาจารย์พยาบาล’  กับการทำงานในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอด 2 ปี ที่ผ่านมา ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกต้องทำงานอย่างหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวหนึ่งในนั้นคือพยาบาล ที่ถือเป็นอีกเสาหลักในการต่อสู้เคียงข้างผู้ป่วยอย่างไม่ย่อท้อ เพราะต้องทำงานคลุกคลีอยู่กับสถานการณ์บีบคั้นของคนไข้ที่มียอดทะลุหลักหมื่นทุกวันในช่วงที่ผ่านมาตลอด 24 ชม. แม้ตอนนี้ยอดผู้ป่วยจะลดลงแล้ว แต่การทำงานของทีมพยาบาลยังคงต้องขับเคลื่อนต่อไปและด้วยบทบาทหน้าที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงด้านสุขภาพและการทำงานที่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว จึงทำให้อาชีพพยาบาลเป็นอีกหนึ่งงานที่ผู้ทำต้องมีใจรักและทุ่มเท

จากภาพเบื้องหน้าที่เห็นจนชินตาว่าพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด แต่เบื้องหลังการทำงานหนักของพยาบาลนั้น รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ และ ผศ.ดร.นรีมาลย์ นีละไพจิตร สองอาจารย์พยาบาลที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ณ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจและกำลังใจที่ทำให้รักและทุ่มเทให้กับอาชีพพยาบาล

รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า “ชื่นชอบการทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กๆ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น พอตอนที่จะต้องเลือกเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ก็มีความตั้งใจอยากจะทำอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้คน จึงเลือกเรียนพยาบาลเมื่อเรียนจบจึงได้เลือกมาดูแลคนไข้สามัญ เพื่อที่จะได้ช่วยผู้ป่วยยากไร้ได้ตามความตั้งใจ

รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์

หลังจากทำงานเป็นพยาบาลได้ระยะหนึ่งก็มีอาจารย์พยาบาลจากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ได้ชักชวนให้มาเป็นอาจารย์พยาบาล ตอนแรกก็ลังเล เพราะชอบการทำงานที่ได้อยู่กับคนไข้มากกว่า แต่คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะการเป็นอาจารย์คือการช่วยผลักดันพยาบาลรุ่นใหม่ให้ออกไปดูแลผู้ป่วยต่อไป จึงตัดสินใจรับโอกาสนั้นช่วงที่เป็นอาจารย์ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พอกลับมาจึงนำเอาความรู้ที่เรียนมาเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (อินเตอร์เนชั่นแนล) ที่สามารถรับนักศึกษาจากหลากหลายประเทศได้เช่น พม่า เวียดนาม เนปาล อินโดนีเซีย เป็นต้นหลังจากนั้นก็ย้ายมารับตำแหน่งเป็นรองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงริเริ่มให้พยาบาลได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ทางด้านสุขภาพสู่ประชาชน ผ่าน Rama Channel, YouTube Organization, Line Official ต่างๆ เพื่อให้เนื้อหาด้านสุขภาพเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น”

กับการทำงานช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รศ.ดร.พูลสุข ยอมรับว่า มันเป็นวิกฤตใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่แก้ไขและให้ความรู้กับประชาชน จัดทำ Covid-19 Call Centerหรือสายด่วนให้ความรู้เรื่องโควิด-19 ตอบคำถามโดยทีมอาจารย์พยาบาล เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

“ช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่ประชาชนมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นจำนวนมาก เพราะอยากจะตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งประชาชนที่เข้ามามีคำถามเป็นจำนวนมาก และมักจะเป็นคำถามที่ซ้ำๆ กัน จึงมีความคิดว่าน่าจะส่งต่อความรู้ไปถึงประชาชน ดีกว่าให้ประชาชนเดินเข้ามาในโรงพยาบาล จึงได้จัดทำ Covid-19 Call Center ซึ่งเป็นสายด่วนให้ความรู้เรื่อง โควิด-19 และเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการตอบคำถามโดย ทีมอาจารย์พยาบาล เพื่อตอบคำถามและให้ความรู้กับประชาชน ต่อมาพอสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรงและยาวนานขึ้น ผู้คนก็มีความเครียดสะสมเพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากเรื่องเศรษฐกิจและสุขภาพ จึงได้เสนอให้อาจารย์ทางด้าน จิตเวชและสุขภาพจิตมาช่วยดูแลตอบคำถาม โดยเฉพาะปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่างานของพยาบาลยุคใหม่ไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพกายผู้ป่วยเท่านั้น แต่ต้องดูแลไปถึงสุขภาพใจด้วยเช่นกัน”

ผศ.ดร.นรีมาลย์ นีละไพจิตร

ด้าน ผศ.ดร.นรีมาลย์ นีละไพจิตร อาจารย์พยาบาล สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพชุมชน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการก้าวสู่อาชีพพยาบาลว่า เล่าว่า ในวัยเด็กได้ดูละครเรื่อง“กว่าจะสวมหมวกขาว” จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากมาเป็น “พยาบาล” หลังจากเรียนจบก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปช่วยดูแลผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ ทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับสมาคมแพทย์มุสลิม เป็นจิตอาสา และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้มากที่สุด จึงเลือกเรียนเพิ่มเติมด้านสาธารณสุขและตัดสินใจมาทำงานที่ “หน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพและเยี่ยมบ้าน” เพื่อสานต่อความตั้งใจอยากให้คนไทยเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพมากที่สุด จากนั้นได้ต่อยอดมาเป็นอาจารย์สาขาวิชาการดูแลสุขภาพชุมชนที่ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีในปัจจุบัน

“การทำงานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ของบุคลากรทางการแพทย์ ทุกส่วนหนักขึ้นมากจริงๆหากเทียบกับตอนที่ได้ออกพื้นที่ในชุมชนนั้นยังสามารถจัดสรรเวลาในการออกไปทุกครั้งเท่าที่จำเป็นได้ หากวันไหนติดภารกิจก็จะมีทีมคนอื่นไปดูแลแทน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ไม่สามารถหยุดพักได้ และด้วยหน้าที่ที่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยยิ่งทำให้ ต้องทุ่มเททำงานมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ทั้งคนไข้และพยาบาล ก็ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งในการสู้ไปด้วยกัน”ผศ.ดร.นรีมาลย์ กล่าว

แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่เรายังคงต้องเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อย เพราะเราคงต้องอยู่กับสถานการณ์นี้ต่อไป โรคนี้ยังคงอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าจะมีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด แต่การปรับตัวและดูแลร่างกายให้แข็งแรง และสภาพจิตใจให้ดีก็เป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้เราก้าวต่อไปได้ ทั้งนี้สองอาจารย์ รศ.ดร.พูลสุข และ ผศ.ดร.นรีมาลย์ ขอเชิญชวนร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุนการผลิตบุคลากรการแพทย์ที่มีคุณภาพ ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ “โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์” บริจาคออนไลน์ HYPERLINK “http://www.ramafoundation.or.th/”www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111

Leave a comment