ตัวเล็ก ใจใหญ่ ‘หมอเจี๊ยบ – ลลนา’กับมูลนิธิ Let’s Be Heroes #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/614512

ตัวเล็ก ใจใหญ่ 'หมอเจี๊ยบ – ลลนา'กับมูลนิธิ Let's Be Heroes

วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.56 น.

“เจาะใจ” สัปดาห์นี้พบกับเรื่องราวดีดีเพื่อสังคมของ “หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์”จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด – 19 ที่ผ่านมาทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในโควิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนระบบสาธารณสุขรองรับไม่ทัน   ทำให้มีผู้ป่วยติดค้างอยู่ที่บ้านจำนวนมาก รวมถึงผู้ป่วยขั้นวิกฤตที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาใด ๆ   จึงได้ริเริ่มโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในชื่อว่า “ตัวเล็ก ใจใหญ่”  ภายใต้มูลนิธิ  Let’s Be Heroes ด้วยอาชีพที่เป็นหมอ….เธอได้รวบรวมทีมแพทย์นับร้อยชีวิต  รวมไปถึงทีมอาสาเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงทีด้วยการรักษาแบบ Home Isolation โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เธออยากทำเพื่อช่วยเหลือสังคม และมูลนิธินี้เกี่ยวข้องกับการตามฝันของ “หมอเจี๊ยบ” อย่างไร ห้ามพลาด ในรายการ เจาะใจ เสาร์ที่ 13 พฤศจิกายนนี้ เวลา 22.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD (หมายเลข30)โดย “หมอเจี๊ยบ – ลลนา ก้องธรนินทร์” เปิดเผยว่า

“สำหรับมูลนิธิ  Let’s Be Heroes นี้ก่อตั้งมา 3 ปีแล้วเจี๊ยบอยากจะสื่อว่าคนธรรมดาแบบคุณ หรือ แบบเจี๊ยบ ก็สามารถช่วยแบ่งเบาความทุกข์ให้คนอื่นได้   โดยเอาความรู้ความสามารถของตัวเองมาใช้ ต้องบอกว่ามูลนิธินี้คือความฝันของเจี๊ยบที่ทำให้เป็นจริงได้แล้ว คือการที่เราได้ช่วยเหลือคนอื่น ได้เป็นกระบอกเสียงให้คนอื่นได้มาช่วยเหลือกันและกัน ทำให้คนไข้หลายๆ คนได้รับความช่วยเหลือ อาจจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่อย่างน้อยสิ่งเล็ก ๆ ก็ช่วยชีวิตคนบางคนได้   ก่อนที่จะมีโควิด เราทำฟรีคลินิก ทำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ขาดแคลน นำทีมหมอ ที่เป็นเพื่อนเป็นอาจารย์, คนใกล้ตัวที่อยู่ในวงการแพทย์   ทุกคนเป็นหมออาสา  ทำเป็นคลินิกแพทย์เฉพาะทางเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ขาดแคลน  พอมีโควิดเข้ามา เราเลยจัดทำโครงการ “ตัวเล็ก ใจใหญ่”  ต้องขอบคุณแฟนคลับที่ช่วยกันตั้งชื่อนี้ให้  เพราะโครงการนี้เกิดขึ้นเร็วมาก ตามสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน    เช่นช่วงเดือน กรกฎาคม สิงหาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก  ทำให้ผู้ติดเชื้อติดอยู่ที่บ้านไม่ได้รับการรักษามีเป็นจำนวนมาก  ด้วยความที่เจี๊ยบเป็นหมอฉุกเฉิน   เลยมีความคิดว่า   เราน่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยผู้ป่วยกลุ่มนี้    ก็เลยเริ่มชวนหมอที่รู้จักกัน ประกาศรับอาสามาช่วยกันทำตรงนี้  เราเริ่มต้น Set ระบบการรักษาแบบออนไลน์ ผ่านโทรศัพท์ และไลน์ มีคุณครูที่สอนทำระบบในมหาวิทยาลัยมาช่วยทำระบบให้   ทุกอย่าง run อยู่บน excel   เริ่มต้นจากเวชระเบียนซักประวัติคนไข้ กรอกข้อมูลคนไข้ผ่าน Google Form  เพื่อส่งหมอตรวจ   หมอก็จะโทรไปคุย -ซักอาการ- ซักประวัติ  พอตรวจเสร็จส่งต่อให้เภสัชฯ จ่ายยาต้านไวรัส    จากนั้นทีมส่งยาถึงจะไปส่งยาให้หน้าบ้าน    บางบ้านคนไข้อาการหนักต้องใช้เครื่องอออกซิเจน  อาสาก็เป็นคนแบกไปให้ถึงที่พร้อมคลิปวิธีใช้  แล้วก็มีพยาบาลอาสาคอยติดตามอาการ เป็นเหมือน รพ. ออนไลน์  ไม่มีสถานที่    เราทำงานอยู่ที่บ้านกันหมดเลย ซึ่งงานนี้มีจิตอาสาเข้าร่วมหลายคนหลากหลายอาชีพ    คนไข้หลายคนหายแล้วก็กลับมาช่วยเป็นอาสา แต่ละวันงานหลังบ้านหนักมาก  เบื้องหลังนี้ทำเอาอาสาหลายคนถึงกับร้องไห้  เพราะมันเครียด, กดดัน ถ้าทำงานผิด ระบบจะ run ต่อไม่ได้   และถ้าระบบ run ไม่ได้ หมายความว่าเราทำคนไข้ตกหล่น  ทั้งหมดนี้พวกเราก็ผ่านมาได้ต้องขอบคุณทีมงานที่สู้สุดตัว และพวกเราก็มีความสุขมากที่ทำ ได้ให้ ได้ช่วยเหลือผู้อื่น อยากฝากไว้ว่า ถ้าคุณได้มาลองเป็นผู้ให้แล้วคุณมีความสุข นั่นคือคุณจะมีความสุขที่แท้จริง แต่ก่อนอื่นคุณต้องให้ตัวเองก่อนนะ ต้องให้ตัวเองมีความสุขก่อน ทำสิ่งที่มีความสุขและไม่เดือดร้อนคนอื่น อาจจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว ก็ไม่เป็นไร  ถ้าเรายังมีชีวิต ยังมีลมหายใจต่อคุณก็สามารถทำสิ่งอื่น ๆ ได้ ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ เจี๊ยบเชื่อว่าเป้าหมายก็จะมาถึง เหมือนเจี๊ยบ ตั้งแต่อายุ 18 ปี เจี๊ยบอยากจะเลิกตั้งหลายครั้ง แต่เจี๊ยบเชื่อมั่นในเป้าหมายจนมาวันนี้มันสำเร็จ และทำความสุขให้กับเจี๊ยบและทุกคนมากจริง ๆ”

014

Leave a comment