#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/615288

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ท่ามกลางวิกฤตที่เมืองไทยยังต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 เราได้เห็นหลายภาคส่วนนำความเชี่ยวชาญไปช่วยเหลือสังคม เช่นเดียวกันกับ “SCGP” ที่ได้ประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมที่หลากหลายออกมาช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสังคม ซึ่ง “ผู้ที่ต้องสัมผัสเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งมีเชื้อโควิด-19”เช่น ผู้ปฏิบัติงานที่โรงซักผ้าในโรงพยาบาล และบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาล เป็นอีกกลุ่มคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในสถานการณ์โควิด-19 นี้ “ถุงซักผ้าละลายน้ำ” นวัตกรรมจาก SCGP ที่คิดค้นขึ้นเพื่อช่วยให้ไม่ต้องสัมผัสกับผ้าติดเชื้อโดยตรง แค่ผู้ใช้งานนำถุงที่ใส่ผ้าติดเชื้อเข้าเครื่องซักผ้าที่มีอุณหภูมิน้ำขณะซัก 65C° ขึ้นไปถุงก็จะเริ่มละลายในน้ำภายใน3-15 นาที (อัตราการละลายน้ำขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำ และการหมุนวนในเครื่องซักผ้า) จึงเป็นอีกนวัตกรรมทางเลือกหนึ่งที่ช่วยปกป้องเจ้าหน้าที่ซักผ้าไม่ต้องสัมผัสกับผ้าติดเชื้อ เพียงแค่ผู้ป่วยเปลี่ยนชุดใส่ไว้ในถุงผ้าเมื่อเต็มแล้ว ทางพยาบาลสามารถนำผ้าที่อยู่ในถุงส่งต่อไปยังหน่วยบริการการซักผ้าได้ทันที
จุฑามาศ มหาเจริญสิริ นักวิจัย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ SCGP ผู้พัฒนาถุงซักผ้าละลายน้ำ กล่าวว่า เกิดขึ้นจากการเป็นคนช่างสังเกต เก็บทุกเสียงปัญหา และความต้องการของผู้ปฏิบัติงานที่โรงซักผ้าในโรงพยาบาล และนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สินค้ามูลค่าเพิ่ม(High Value Added Products & Services: HVA)
“พลาสติกพิเศษที่ผลิตจากพอลิไวนิลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ SCGP พัฒนาขึ้นมาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเราเห็นว่าสถานการณ์โควิด-19 เริ่มรุนแรงขึ้น จึงคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่เรามีจะนำไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาให้กับสังคมได้อย่างไรบ้าง และไม่รอช้าที่จะลงสำรวจหน้างานและพบว่ามีผู้ที่ทำงานซักผ้าของโรงพยาบาล มีความเสี่ยงจากการหยิบผ้าที่อาจมีเชื้อโควิด-19 ปนเปื้อนเข้าเครื่องซักผ้า ซึ่งโดยปกติการซักเสื้อผ้าเหล่านี้ต้องใช้น้ำอุณหภูมิสูงในการฆ่าเชื้อ ทำให้เรากลับมาพัฒนาเป็นถุงซักผ้าที่สามารถละลายในน้ำที่อุณหภูมิที่สูงได้ โดยไม่ต้องเปิดปากถุงก่อนซัก”
จุฑามาศ ย้ำอีกว่า “ในฐานะนักวิจัยซึ่งได้ศึกษาเรื่องพลาสติกมาตั้งแต่ต้นและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เล็งเห็นว่าคุณสมบัติของพลาสติกที่สามารถละลายน้ำมีความเป็นไปได้กับธุรกิจ ทำให้สามารถต่อยอดการคิดค้นของเราให้เข้ากับสถานการณ์ได้ทันที แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายของการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือ “สร้างการยอมรับ” ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้ทันทีในวันแรก ทีมงานต้องลองผิดลองถูกมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ แม้จะทำแล้วไม่เหมาะสม ใช้ไม่ได้ ลูกค้าไม่ตอบรับ แต่ก็ยังไม่หยุดคิด เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยใช้มาก่อน ฟันฝ่าความกังวลที่เต็มไปด้วยข้อสงสัยและคำถาม ทีมจึงต้องรับฟัง เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข นำเสนอโดยการชูจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุด ทำให้ต้องใช้เวลาให้ข้อมูลอธิบายวิธีการใช้แบบตัวต่อตัว และขยายให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล เราจึงได้ทำคลิปวีดีโอการใช้งานผลิตภัณฑ์ทุกขั้นตอน เพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลการใช้งานได้อย่างละเอียดและชัดเจน จนสุดท้ายเกิดการยอมรับ เปิดใจใช้งานสิ่งใหม่ จนรู้ว่าถุงซักผ้าละลายน้ำนี้ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่การประหยัดเวลา ลดขั้นตอนการคัดแยก ลดโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อ ทำให้ผู้ใช้งานปลอดภัยจากการติดเชื้อ อีกทั้งช่วยลดปริมาณขยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
ด้าน สิรินทร์ ตันตรวงศ์ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนการผลิต บริษัทพรีแพค ประเทศไทย จำกัด ใน SCGPกล่าวเสริมว่า การพัฒนาโมเดลถุงผ้าละลายน้ำต้นแบบ (Prototype)และนำไปแนะนำกับโรงพยาบาลครั้งแรกในขณะที่ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน ผู้ใช้งานย่อมเกิดความกังวลเราต้องมีผลการทดสอบคุณภาพน้ำทิ้งหลังกระบวนการซักผ้า เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ทิ้งสารตกค้างอันตรายใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมช่วยยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและภายใต้ข้อจำกัดของเวลา นวัตกรรมถุงซักผ้าละลายน้ำถูกพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นำมาใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา นั่นเป็นเพราะเราไม่หยุดคิดค้นสิ่งใหม่ พร้อมพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้สามารถกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่แก้ไขปัญหาและตอบความต้องการของสังคมได้ทันที
“คุณสมบัติของถุงซักผ้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจากเดิม แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อชั่งน้ำหนักกับผลลัพธ์จึงถือว่าคุ้มค่าเพราะเมื่อลำเลียงผ้าไปยังโรงซักก็พร้อมเข้าห้องซักได้ทันที ช่วยลดการสัมผัสผ้าติดเชื้อ โดยเฉพาะการใส่ผ้าติดเชื้อลงในถุงโดยที่ไม่ต้องแกะอีกรอบ เป็นการช่วยลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคในอากาศ และเมื่อลดการขั้นตอนการทำงาน จึงทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น
นวัตกรรม ไม่ใช่เรื่องใหญ่และเรื่องยาก เริ่มต้นด้วยการเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ เชื่อมโยงความต้องการกับจุดแข็งที่องค์กรมี “ชวนกันคิดชวนกันทำ” โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดหรือจะถูก ไม่ล้มเลิกกลางคัน ก็เพียงพอที่จะทำให้เราค้นพบนวัตกรรมพร้อมใช้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ทั้งในสถานการณ์ปกติและภายใต้สภาวะวิกฤต สอดคล้องกับหลัก ESG(Environmental, Social andGovernance) ที่เอสซีจีได้นำมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook:scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel
จุฑามาศ มหาเจริญสิริ
สิรินทร์ ตันตรวงศ์

