หวั่น‘ทะเลไทย’ไม่เหลืออะไรให้ลูกหลาน วอน‘ซูเปอร์มาร์เก็ต’เลิกขาย‘สัตว์น้ำวัยอ่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619194

หวั่น‘ทะเลไทย’ไม่เหลืออะไรให้ลูกหลาน วอน‘ซูเปอร์มาร์เก็ต’เลิกขาย‘สัตว์น้ำวัยอ่อน’

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

“ซูเปอร์มาร์เก็ต : เลิกขายสัตว์น้ำที่ยังไม่โตเต็มวัย เพราะอาหารทะเลกำลังจะ #หมดแล้วจริงๆ” เป็นหัวข้อรณรงค์บนเว็บไซต์ Change.org ซึ่ง ณ วันที่
29 พ.ย. 2564 มียอดผู้ร่วมสนับสนุนอยู่ที่กว่า 13,000 รายแล้ว โดยเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.2564 ธันวา เทศแย้มและ กิตติเดช เทศแย้ม เยาวชนตัวแทนสมาคมประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้จุดประเด็นรณรงค์ดังกล่าว ได้เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่8 เจ้าในประเทศไทย

ธันวา เล่าว่า ปัจจุบันคนไทยหันมากินตัวอ่อนของสัตว์น้ำ ซึ่งตัวเล็กไม่ได้ขนาด อย่างหมึกกระตอย ปลาข้าวสาร ปลาสายไหม จาระเม็ดเด็ก หรือปูไข่ ที่มีวางขายกันทั่วไป และผู้บริโภคก็ต่างพากันซื้อโดยไม่รู้ว่ากำลังทุบตู้กับข้าวและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ และกำลังตัดวงจรการขยายพันธุ์ ทำให้อาหารในทะเลไทยหายไปเรื่อยๆ

“ผมเป็นชาวประมงมาเกือบสิบปีแล้ว อาชีพนี้ส่งจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ต้องกลัวอด แต่หลายปีมานี้ทำให้กังวลว่าจะต้องเปลี่ยนอาชีพ อาหารในทะเลไทยหายไปเรื่อยๆ จับอะไรก็ไม่ค่อยได้หมึกกับปลาทูที่เคยราคาถูก คนไม่รวยก็ซื้อกินได้ ตอนนี้ราคาแพงหมดแล้ว เพราะต้องส่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้บริโภคก็หาอาหารทะเลดีๆ กินยากขึ้น เพราะกำลังจะหมดทะเลแล้วจริงๆ” ธันวา ระบุ

ด้าน กิตติเดช กล่าวเสริมว่า การเรียกร้องครั้งนี้เราเน้นไปยังกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเมื่อเราเดินเข้าไปในซูเปอร์จะพบว่า มีการขายสัตว์น้ำวัยอ่อนอย่างกว้างขวาง และการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ นับว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดสด หรือร้านขายของฝาก ถ้าซูเปอร์ฯ ฟังเสียงพวกเราในครั้งนี้ ร้านเล็กๆ ก็จะมีแรงจูงใจหันมาทยอยทำตาม

“เมื่อไม่มีคนรับซื้อสัตว์น้ำวัยอ่อน ไม่มีคนนิยมกินก็ไม่มีคนจับมาขาย สัตว์น้ำทะเลจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณ คนไทยก็จะมีอาหารทะเลดีๆ กินในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ต้องกลัวอดในอนาคต เพราะสัตว์น้ำจะเพิ่มจำนวนขึ้น ทำให้เราสามารถหาซื้อได้ในราคาถูกลง ซึ่งทุกฝ่ายต่างก็จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน” กิตติเดช กล่าว

ขณะที่ วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เปิดเผยว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งมีโอกาสพูดคุยกันไปบ้างแล้ว รับทราบว่าเข้าใจและได้มีการวางแผนจัดการในเรื่องนี้อยู่ ส่วนอีกบางแห่งมีโอกาสได้พบผู้บริหารหรือตัวแทน มีการปรึกษากันในเบื้องต้นและได้รับสัญญาณที่ดี และบางแห่งยังไม่มีโอกาสได้เจอตัวแทนที่จะได้นั่งหารือกัน ทำได้เพียงฝากเอกสารไว้เพื่อรอให้ทางฝ่ายบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตได้พิจารณาต่อไป

“หวังว่าแต่ละซูเปอร์มาร์เก็ตจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในการดูแลทะเลไทยจริงๆ” วิโชคศักดิ์ กล่าว

Leave a comment