#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/619482

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ลิซ ศรีสุวรรณ ผู้ได้รับทุน Women in STEM
ทุกวันนี้บทบาทของผู้หญิงในแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ยังคงมีไม่มากนักโดยจากข้อมูลขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)พบว่ามีนักวิจัยทั่วโลกเพียงร้อยละ 28 ที่เป็นผู้หญิง และมีนักศึกษาหญิงเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่เลือกศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ STEM ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนโลกในปัจจุบันที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของทุนการศึกษา “วูเม่นอินสะเต็ม” (Women in STEM) ที่ บริติช เคานซิล ได้ริเริ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์งานด้านการพัฒนาอุดมศึกษาสู่ความเป็นนานาชาติ และเพื่อส่งเสริมพันธกิจและวิสัยทัศน์ในด้านการยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Equality, Diversity and Inclusion)โดยทุนดังกล่าวได้เริ่มเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นทุนเต็มจำนวนสำหรับผู้หญิงที่มีความสนใจในด้าน STEM และต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่สหราชอาณาจักรโดยทุนนี้ครอบคลุมค่าเทอม ค่าที่พักอาศัยค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล การสนับสนุนพิเศษสำหรับผู้ที่มีบุตร และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคอร์สปรับพื้นฐานภาษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งในปีแรกที่ผ่านมานี้ บริติช เคานซิลได้เปิดรับสมัครทั้งหมด 108 ทุนทั่วโลก และ 15 ทุนสำหรับ 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับในประเทศไทย มีตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับทุนนี้ ได้แก่ ลิซ ศรีสุวรรณ สตรีข้ามเพศที่ทำงานในด้านสาธารณสุข และมีปณิธานที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมความเท่าเทียมของการเข้าถึงระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มคนข้ามเพศ โดย ลิซ ถือเป็นคนไทยและเป็นผู้หญิงข้ามเพศเพียงคนเดียวจากในผู้หญิงทั้งหมด 15 คนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับทุนในปีนี้
.jpg)
(ขวา) ลิซ ศรีสุวรรณ ผู้หญิงข้ามเพศเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับทุน
ลิซ ศรีสุวรรณ ผู้ได้รับทุนการศึกษา Women in STEM กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศที่มีประสบการณ์การทำงานด้านสาธารณสุขที่สภากาชาดไทย ตนเองให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสาธารณสุขของกลุ่มคนข้ามเพศ (LGBTIQ) มาโดยตลอด โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของกลุ่มคนข้ามเพศหนึ่งในประเด็นสำคัญคือกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศจะมีประเด็นด้านสุขภาพที่เฉพาะทาง และมักจะไม่ได้ถูกรวมอยู่ในสิทธิพื้นฐานด้านสุขภาพทั่วไป ทำให้พวกเขามักจะไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขอย่างที่ควรจะเป็นด้วยเหตุผลประการต่างๆ เช่น กลัวการถูกปฏิเสธ การแบ่งแยก การตีตรากฎข้อบังคับต่างๆ รวมไปถึงสิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิพื้นฐานด้านสาธารณสุขโดยไม่มีปัจจัยทางเพศมาเกี่ยวข้อง
“อย่างไรก็ตาม ตนเองรู้สึกมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับทุน Women in STEM จากบริติช เคานซิล และขณะนี้ได้เริ่มศึกษาต่อปริญญาโทด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ณ มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์น มัวร์สเป็นที่เรียบร้อย โดยตั้งใจว่าหลังจากสำเร็จการศึกษาจะยังคงมุ่งมั่นทำงานในด้านนโยบายสาธารณสุขต่อไป เพื่อร่วมรณรงค์และแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศทุกคน”
ทางด้าน นางเฮลก้า สเตลมาเกอร์ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า บริติช เคานซิล ในฐานะองค์กรนานาชาติเพื่อความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและโอกาสทางการศึกษาจากสหราชอาณาจักร ได้ตั้งเป้าให้ทุนWomen in STEM นี้เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ผู้หญิงได้มีโอกาสในการศึกษา และมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในแวดวงด้าน STEM และเชื่อมั่นว่าทุนนี้จะเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ที่ได้รับทุนทุกคน ได้เข้าสู่เส้นทางในสายวิชาด้าน STEM และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กผู้หญิงในรุ่นต่อๆ ไปที่มีความสนใจในด้านสายวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ได้เดินหน้าตามความฝันอย่างเท่าเทียม
.jpg)
เฮลก้า สเตลมาเกอร์
สำหรับในปีการศึกษา 2564-65 นี้ บริติช เคานซิล จะเดินหน้ามอบทุนการศึกษา Women in STEM อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจจาก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมสมัครเพื่อขอรับทุนดังกล่าวและเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนวงการ STEM ต่อไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครต่างๆ ได้ในช่วงสิ้นปี ที่เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของบริติช เคานซิล นางเฮลก้า กล่าวเพิ่มเติม
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ BritishCouncil Thailand

