#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/618793

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ ว่ามีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 54,732 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 77 ของปริมาณการเก็บกัก โดยเป็นน้ำใช้การได้ 31,190 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีปริมาณน้ำมากกว่าถึง 10,372 ล้าน ลบ.ม.สามารถจัดสรรให้ปลูกพืชฤดูแล้งได้กว่า 11 ล้านไร่ อย่างไรก็ดี ยังมีเขื่อนที่ปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณเก็บกัก เช่น เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีความจุถึง 263 ล้าน ลบ.ม.แต่อยู่ในพื้นที่อับฝน จึงทำให้ปริมาณน้ำไม่เต็มอ่าง ทั้งนี้ ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยสร้างอุโมงค์ส่งน้ำความยาว 49 กิโลเมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย เพื่อผันน้ำในลำน้ำแม่แตง ไปลงเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งจะได้ปริมาณน้ำปีละประมาณ 160 ล้าน ลบ.ม.
ดร.ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างซึ่งมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 65 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งจะทำให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณที่มั่นคงเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกกิจกรรม ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม โดยเฉพาะภาคการเกษตร จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ช่วงฤดูฝนได้ถึง 175,000 ไร่ และในช่วงฤดูแล้งอีก 76,129 ไร่ นอกจากนี้ยังจะสามารถส่งน้ำประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม.ให้โครงการ
ส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ในการจัดสรรเพื่อการปลูกพืชในฤดูแล้งได้อีกกว่า 14,500 ไร่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของรัฐบาล