วิธีการรักษาที่หลากหลาย เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621656

วิธีการรักษาที่หลากหลาย เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมในไทย เมื่อเทียบกับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ในผู้หญิงไทยพบว่า มะเร็งเต้านมถือเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งโดยจากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งในหญิงไทยทั้งหมดมีมากถึง 22.8% ที่ป่วยด้วยมะเร็งเต้านม และมากถึงหนึ่งในสี่ของผู้หญิงไทยทั้งหมดมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการหมั่นตรวจคัดกรองประจำปีและเข้ารับการรักษามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะต้นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิต เพราะปัจจุบันความก้าวหน้าด้านวิทยาการทางการแพทย์และนวัตกรรมการรักษาที่หลากหลายจะช่วยมอบทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ หัวหน้าหน่วยมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น กล่าวว่า ในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่ามะเร็งเต้านมไม่ได้น่ากลัวอย่างในอดีต โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นให้สามารถรักษาให้หายได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียทรัพยากรในการรักษามากนัก ยาแพงๆ ก็อาจจะไม่จำเป็นนั่นคือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจด้วยแมมโมแกรม (Mammogram) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สำหรับรายที่มีความเสี่ยงสูง

อีกสิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญคือ การวินิจฉัยระยะของมะเร็ง เพราะมะเร็งรักษาหายได้ในระยะแรก และ
ถือเป็นโชคดีที่คนไข้ส่วนใหญ่มากกว่า 60-70% มาพบแพทย์เมื่ออยู่ในระยะเริ่มต้น โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในทางการแพทย์แนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อโรค ดังนั้นคนกลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจคัดกรองแบบแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละครั้งเพราะการตรวจในปีถัดไปอาจตรวจเจอเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้นที่กำลังพัฒนาขึ้นได้ และสำหรับสตรีที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และใช้ชีวิตตามปกติควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างน้อยสักครั้ง และหากไม่พบความผิดปกติใดๆ อีก 2-3 ปี จึงค่อยรับการตรวจซ้ำ

ส่วนสาเหตุของมะเร็งเต้านมแม้ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาแล้วพบว่า มะเร็งเต้านมมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่หากใครสัมผัสกับฮอร์โมนเพศหญิงเป็นเวลานานๆ เช่น ผู้ที่ประจำเดือนมาเร็ว ผู้ที่หมดประจำเดือนช้า แต่งงานแล้วไม่มีบุตร กลุ่มนี้เรียกว่าไม่มีช่วงพักให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย เพราะฉะนั้นจึงเป็นกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง อีกสาเหตุที่เป็นไปได้คือ ผู้ที่มีความผิดปกติทางด้านพันธุกรรม (Genetic) คือ มียีนที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์แล้วก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม (Hereditary) นับเป็นอีกกลุ่มความเสี่ยงสูง อย่างกรณีของแองเจลิน่า โจลี ที่ตัดเต้านมทั้งสองข้างออก (prophylactic mastectomy) เพราะตรวจแล้วรู้ว่าตนเองมียีนกลุ่มนี้อยู่เพราะหากปล่อยไปจนอายุ 40-50 ปี จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ถึง60-85% และมีโอกาสเป็นมะเร็งรังไข่ได้อีก 15-40% ดังนั้น การผ่าตัดเอาเต้านมทั้งสองข้างออกจึงเป็นวิธีการป้องกันที่แนะนำสำหรับกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมนอกจากระยะของโรคและสาเหตุแล้ว การพยากรณ์โรคยังมีส่วนสำคัญต่อทางเลือกที่เหมาะสมในการรักษา เช่น หากมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสิบรายมายืนเรียงกันเพื่อรับการรักษา แม้จะมีก้อนมะเร็งขนาดเท่ากัน แต่ทั้งสิบรายนี้จะมีการพยากรณ์ของโรคที่แตกต่างกัน อันเนื่องมาจากระยะของโรคและชนิดของมะเร็งที่ต่างกัน ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมสามารถจำแนกได้เป็น 4 กลุ่มตามการวินิจฉัยและการพยากรณ์ของโรค สองกลุ่มแรกคือ กลุ่ม Luminal A และกลุ่มLuminal B สองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เซลล์มะเร็งมีตัวรับ (receptor) ทางฮอร์โมน ได้แก่ ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน
(Estrogen receptor) และ/หรือตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(Progesterone receptor) จึงสามารถรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์ต่อตัวรับเหล่านี้ได้ ทำให้เป็นกลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคที่ดี ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่ากลุ่มอื่นๆ กลุ่มที่สามคือกลุ่ม HER2+ เป็นกลุ่มที่มียีนก่อมะเร็งชนิด HER2 และกลุ่มที่สี่คือกลุ่ม TNBC (Triple Negative Breast Cancer) เป็นกลุ่มที่ไม่มีทั้งตัวรับทางฮอร์โมนและยีนก่อมะเร็งชนิด HER2 จึงเป็นกลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ผู้ป่วยมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น

ด้านการรักษามะเร็งเต้านมนั้นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในระยะและชนิดมะเร็งที่แตกต่างกันได้ไม่ว่าจะเป็นยาต้านฮอร์โมน ยาเคมีบำบัด หรือ “การรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ที่เป็นการรักษามะเร็งที่กำหนดเป้าหมายการรักษาตรงไปที่เซลล์มะเร็ง เพื่อหยุดหรือชะลอการเจริญเติบโตเฉพาะเซลล์มะเร็งเท่านั้น แต่จะไม่ทำอันตรายกับเซลล์ปกติ ที่ช่วยเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระหว่างรับการรักษาให้ดียิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งแนวโน้มในปัจจุบันที่พยายามเข้าสู่วิธีการรักษาแบบจำเพาะบุคคล (Personalized treatment) ให้มากที่สุด เพื่อออกแบบการรักษารวมทั้งรับยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยรายนั้นๆมากที่สุดโดยไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ยาชนิดเดียว เช่น อาจใช้ทั้งยาต้านฮอร์โมนควบคู่กับยาแบบมุ่งเป้าที่สามารถเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

อีกทั้ง การตรวจติดตามหลังการรักษาระยะต้นอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง และหากผู้ป่วยได้รับการรักษาได้ตรงชนิดของมะเร็ง และในเวลาที่เหมาะสม
รวมถึงโอกาสที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาและการรักษาก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ ซึ่งสิ่งที่ควรตระหนักและให้ความสำคัญเช่นกันคือการส่งเสริมความเท่าเทียมและความเสมอภาคในการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งให้กับประชาชนไทยทุกคนล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศนโยบาย “มะเร็งรักษาได้ทุกที่”ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิบัตรทอง ซึ่งสิ่งที่ควรร่วมกันผลักดันต่อไปคือการให้ยารักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยากลุ่มที่ใช้รักษามะเร็งในระยะลุกลามหรือระยะแพร่กระจายได้เข้าไปบรรจุในบัญชียาแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งต่างๆ รวมทั้งมะเร็งเต้านมที่ด้อยโอกาสมีสิทธิเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม

Leave a comment