กรมชลฯบริหารน้ำทั่วไทย รับมือสถานการณ์ท่วม-แล้งปี’65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623215

กรมชลฯบริหารน้ำทั่วไทย  รับมือสถานการณ์ท่วม-แล้งปี’65

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสำนักงานชลประทาน เครือข่าย SWOC ทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ โดยมี ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำ

ดร.ทวีศักดิ์ เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 59,327 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 78 เป็นน้ำใช้การได้ 35,397 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพลเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,860 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 60 เป็นน้ำใช้การได้ 8,164 ล้าน ลบ.ม.

ขณะนี้ได้สิ้นสุดฤดูฝนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง แล้ว จึงเน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่พิจารณาเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้ ตามข้อสั่งการของรัฐบาล โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ช่วงฤดูมรสุมให้ดำเนินการตามมาตรการรับมือน้ำหลากที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมกับติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยใช้ระบบชลประทานให้เกิดประโยชน์สูงสุด พิจารณาปรับการระบายน้ำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำให้น้อยที่สุด พร้อมกับเน้นย้ำให้แจ้งเตือนพื้นที่ด้านท้ายก่อนการระบายน้ำทุกครั้งเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน ส่วนพื้นที่ซึ่งไม่มีระบบชลประทาน จะใช้ระบบโทรมาตรในการติดตามปริมาณน้ำ นำมาวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เพื่อแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังและรับมือ

นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันที รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำและสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากต้องการความช่วยเหลือสามารถร้องขอไปยังโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วน 1460 กรมชลประทาน ได้ตลอดเวลา

Leave a comment