มรภ.นครฯ หนุน Smart Farming สวนมังคุด วิจัยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต ป้องกันเพลี้ยไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623364

มรภ.นครฯ หนุน Smart Farming สวนมังคุด วิจัยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต ป้องกันเพลี้ยไฟ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.ปานจิต มุสิก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชหัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า มังคุดถือเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ พบว่า มูลค่าการส่งออกของมังคุดในเดือนมกราคมถึงตุลาคมที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 17,059 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 และเพื่อเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรให้สูงขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตอาหารด้านการเกษตร ตนเองพร้อมคณะนักวิจัยจึงได้เริ่มต้นการวิจัยโครงการพัฒนาระบบจัดการน้ำสวนมังคุดแบบ Smart Farming เพื่อการผลิตมังคุดให้มีคุณภาพ ในพื้นที่ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.)

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ทำในแปลงวิจัยสวนมังคุดของเกษตรกร 3 แปลงบริเวณแหล่งน้ำมีไว้ใช้ตลอดทั้งปีผ่านระบบท่อจ่ายน้ำภายในสวนเพื่อส่งน้ำจากแหล่งน้ำสู่ปั๊มน้ำ ปั๊มน้ำสู่ท่อหลักและท่อรองไปยังสปริงเกอร์จ่ายน้ำให้มังคุด โดยมีระบบควบคุมการจ่ายน้ำ ที่เชื่อมต่อกับวงจรเซ็นเซอร์ความชื้นและอุณหภูมิ และยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เนต ด้วยแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อสั่งการให้เปิด-ปิดปั๊มน้ำ หรือสามารถตั้งเวลาได้ตามความต้องการของเกษตรกรผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกันนี้ ยังมีระบบการอ่านและบันทึกข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดความชื้นและอุณหภูมิตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้ช่วยลดภาระและระยะเวลาในการดูแลสวนของเกษตรกร จากเดิมที่ต้องใช้เวลารดน้ำถึง 7 วันในแต่ละแปลง เหลือเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งเกษตรกรก็สามารถนำเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เช่น การให้ปุ๋ยตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การดูแลหลังการเก็บเกี่ยวและอื่นๆ

ผลจากการทำงานวิจัยในครั้งนี้พบว่า จำนวนผลผลิตของมังคุดในสวนนั้นดีมากกว่าเดิมซึ่งมาจากการวัดผลการเจริญเติบโตของมังคุดในสวนมังคุดทั้ง 3 แปลง เช่น มังคุดสวนนางลำยอง พานทอง พื้นที่ 2 ไร่ ผลผลิต 731 กิโลกรัมต่อไร่ มีขนาด 65-74กรัมต่อผล มังคุดสวนของ นายเธียรวิชญ์ชูแก้ว พื้นที่ 6 ไร่ ผลผลิต 995กิโลกรัมต่อไร่ มีผลผลิตผิวเป็นมันไม่เกิดลาย ผลสีเขียวทั้งลูกและมีขนาดมากกว่า 90 กรัมต่อผล และมังคุดสวนนางสุณีย์ วีระปัญญา พื้นที่ 6 ไร่ ได้ผลผลิต 817 กิโลกรัมต่อไร่ มีขนาด 75-89 กรัมต่อผล

ขณะเดียวกัน ระบบจัดการน้ำสวนไม้ผลแบบ Smart farming ช่วยในการให้น้ำแก่มังคุดแบบฉีดสเปรย์ละอองน้ำในอากาศเพื่อทำให้อากาศในสวนมังคุดมีอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ตามความเหมาะสม และสามารถป้องกันการเข้าทำลายและการระบาดของเพลี้ยไฟแมลงศัตรูของมังคุด ทั้งยังช่วยในการให้น้ำแก่ลำต้นมังคุดเพื่อทำให้มังคุดเจริญเติบโตทางใบ ควบคุมปริมาณดอก ส่งเสริมการพัฒนาของผล และเพิ่มปริมาณผลผลิตที่มีคุณภาพ การให้น้ำในปริมาณที่เพียงพอ มีความสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่มังคุดติดผล ยังช่วยแก้ปัญหาไม่ให้มังคุดเนื้อแก้วและยางไหลอีกด้วย และยังส่งผลให้เกษตรกรต้องการขยายงานวิจัยชิ้นนี้ไปยังสวนมังคุดแห่งอื่นมากขึ้น เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบของ Smart farming ได้ต่อไป

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบจัดการน้ำสวนมังคุดแบบ Smart farming จะมีผลดีต่อระดับจังหวัด ที่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิตมังคุดที่เป็นพืชเศรษฐกิจได้ เกษตรกรสวนมังคุดเองก็สามารถพัฒนาตนเองได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโครงการนี้ควรได้รับการส่งเสริมหรือต่อยอดในปี ถัดไปหรือในอนาคต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการเกษตรหรือการวิจัย เพื่อให้งานวิจัยชิ้นนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาคุณผลผลิตและชีวิตของเกษตรกรได้ต่อไปในอนาคต และมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น

Leave a comment