อาจารย์นักออกแบบจุฬาฯ ผนึกกำลัง สร้างแบรนด์ผ้าทอเมืองน่านร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/626647

อาจารย์นักออกแบบจุฬาฯ ผนึกกำลัง สร้างแบรนด์ผ้าทอเมืองน่านร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล หัวหน้าหน่วยวิจัยแฟชั่นและนฤมิตศิลป์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง การที่อาจารย์นักออกแบบรุ่นใหม่ระดมสมองร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง นำการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ (Cultural Creative Tourism) ด้วยความหวังจะช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จึงได้ร่วมกันพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์จำเพาะจากทุนวัฒนธรรมของจังหวัดน่านสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมในระบบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เหมาะกับทุนนวัตกรรมพื้นถิ่น

ศ.ดร.พัดชาอธิบายว่า การพัฒนาผ้าดังกล่าว สืบเนื่องจากโครงการวิจัยนวัตกรรมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ จังหวัดน่านสู่สากล เพื่อการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการสร้างเสริมพลังจุฬาฯ ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 (C2F) โครงการวิจัยนี้เริ่มต้นด้วยการศึกษาปัญหาของอุตสาหกรรมผ้าทอพื้นเมือง ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา อ.สองแคว และ อ.ปัวหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบคือ คนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่ออุตสาหกรรมการทอผ้าจากบรรพบุรุษ เพราะมองไม่เห็นโอกาสในการสร้างรายได้ ไม่เห็นช่องทางการตลาดหรือแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัย จากปัญหาดังกล่าวนำมาสู่แนวทางการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอ “ผ้าไทยไม่จำเป็นต้องสวมใส่แบบเดิมอย่างโบราณ เราพยายามดึงไอเทมร่วมสมัยและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมไว้ด้วยกันออกแบบให้เป็นแฟชั่นสมัยนิยม มีความร่วมสมัยที่คนอยากหยิบจับมาสวมใส่ เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายคนเมืองที่จะสวมใส่ได้ในโอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั้งลำลอง เดรส แจ๊กเกต สเกิร์ตชุดพิธีการ เป็นต้น”

ใน 5 อำเภอ ที่เป็นพื้นที่ศึกษาของโครงการ ศ.ดร.พัดชากล่าวว่า ได้ แบ่งกลุ่มผู้ผลิตและประกอบการผ้าทอเป็น 8 คลัสเตอร์ โดยนำเสนออัตลักษณ์ผ้าทอและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ได้แก่ บ้านซาวหลวง ประยุกต์ลายน้ำไหลจากชาวไทลื้อโบราณ เน้นผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์ ร้านวราภรณ์ผ้าทอ ลายผ้าเรียบง่าย สีสันสดใสผสมโทนสีเทามีความเป็นยูนิฟอร์มร่วมสมัย ร้านรัตนพรผ้าเขียนเทียน พัฒนาลวดลายเดิมด้วยการจัดวางใหม่จากวัฒนธรรมม้งเน้นความคล่องตัวใส่สบาย สไตล์มินิมอล ร้านฝ้ายเงิน ลวดลายวัฒนธรรมไทลื้อ เน้นสีสันสดใส ดีไซน์สนุกกับแนวเสื้อโอเวอร์ไซส์ บ้านปางกอม ลวดลายไทลื้อที่มีความเป็นสากล ด้วยเอิร์ทโทน เหมาะกับ Gen Y สายรักษ์โลกโกโก้วัลเล่ย์ กลุ่มทอผ้าไทลื้อ เน้นกลุ่มไลฟ์สไตล์ชอบเที่ยว อินดี้ ไม่เหมือนใคร ไทมูล ลวดลายท้องถิ่นไทลื้อ เน้นความแปลกตาผสมกับรูปทรงเรขาคณิต อิสระและเรียบง่าย และมีสเอโปรดักส์ ลายไทลื้อที่มีความสตรีทแวร์ สวยสบาย คล่องตัว

อีกทั้งในจังหวัดน่าน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพตัดไผ่เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ เวลาตัดไผ่หนึ่งต้น ด้านบนของไผ่จะถูกนำไปแปรรูปเป็นตะเกียบ ไม้จิ้มอาหาร แล้วเหลือเศษไผ่ฝอยๆ ที่ได้จากการเหลาไม้ เราจึงนำเศษฝอยเหล่านี้มาปั่นและตีจนเป็นเส้นใยเพื่อทอเป็นผ้าร่วมกับเส้นไหมหรือฝ้าย เพิ่มมูลค่าและลดปัญหาอันเกิดจากขยะได้ในอีกทาง

หนึ่งในวิธีที่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอของจังหวัดน่านให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและครบวงจรคือการจัดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เส้นทางท่องเที่ยวสายผ้าทอ “ภูษาพาจร” โดยมีจุดเน้นที่ผ้าทอ ทั้งนี้ โครงการได้ปักหมุดทริปท่องเที่ยว 3 เส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวหลากหลายแนว ได้แก่ เส้นทางช้อป-ชิม-แชร์ (Shop, Taste, Share) จับกลุ่มนักเดินทางทั่วไปที่อยากชิมประสบการณ์ เยี่ยมชมกลุ่มผู้ประกอบการผ้าทอ ซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก และรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มท้องถิ่นหรือพักแบบโฮมสเตย์เส้นทางสัญจร เส้นทาง “สิ่งทอและงานฝีมือ” (Textile and CraftDestination) เส้นทางนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ทดลองทำงานฝีมืออาทิ ทอผ้าหรือย้อมสีผ้าเป็นของที่ระลึก และ เส้นทาง “ต่อยอดเชิงธุรกิจ” (Creative Entrepreneur Route) เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หรือนักออกแบบ ที่กำลังมองหาวัตถุดิบ แรงบันดาลใจ ศ.ดร.พัดชา กล่าวว่า เราพบว่าดีไซเนอร์ท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการขนาดย่อมไม่สามารถผลิตผ้าเป็นของตัวเองได้เนื่องจากการผลิตผ้าในระดับโรงงานต้องมีออเดอร์จำนวนมากถึงจะสั่งทอผ้าได้ แล้วหากจะตีไผ่ปั่นด้ายเองก็ล่าช้าใช้กำลังคนจำนวนมาก ดังนั้น หากเราสามารถทำโรงงานนำร่องผลิตเส้นใยได้ ดีไซเนอร์ที่ต้องการผ้าจำนวนไม่มาก เช่น ออเดอร์เพียง 50 หลา ก็สามารถผลิตผ้าและสร้างสรรค์คอลเลคชั่นของตัวเองได้”

ศ.ดร.พัดชากล่าวปิดท้ายว่า หากโครงการวิจัยได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ระยะต่อไปที่จะลงมือสานต่อคือการให้แต่ละชุมชนมีเครื่องมือที่ดีดเส้นใยได้ ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนขายได้ทั้งเส้นด้ายและผ้าทอ เป็นการเพิ่มโอกาสทางอาชีพมากขึ้น อีกทั้งดีไซเนอร์รุ่นใหม่จะได้สร้างสรรค์แฟชั่นที่ตอบโจทย์ยุคสมัยและกระแสความยั่งยืน และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพสู่สากลด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s