#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/628994

วันจันทร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้พิจารณาเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีบุคคลในสื่อสังคมออนไลน์ “คลับเฮาส์ (Clubhouse)” กระทำการในลักษณะดูถูก เหยียดหยามและ
ด้อยค่าคนอีสาน ซึ่งเป็นกรณีที่นำไปสู่การถกเถียงของสังคมในวงกว้างเมื่อปลายปี2564 ที่ผ่านมา
โดยเห็นว่า กรณีดังกล่าวนอกจากเข้าข่ายละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์แล้ว ยังไม่สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 ที่บัญญัติว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง รวมทั้งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 17 (1) ซึ่งระบุว่า บุคคลจะถูกแทรกแซงความเป็นส่วนตัว ครอบครัว เคหสถาน หรือการติดต่อสื่อสารโดยพลการหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายมิได้ และจะถูกลบหลู่เกียรติและชื่อเสียงโดยมิชอบด้วยกฎหมายมิได้ และ (2) บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายมิให้ถูกแทรกแซงหรือลบหลู่เช่นว่านั้น
กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นการตอกย้ำว่าสังคมไทยมีปัญหาในด้านการตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและการเคารพในความแตกต่างของบุคคลทั้งในทางวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต กสม. ยังเห็นว่าปัญหาในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการสื่อสารที่ลดทอนคุณค่าหรือกระทบกระเทือนจิตใจของผู้อื่น (บูลลี่-Bully) และการสื่อสารที่สร้างความแตกแยก
(เฮทสปีช-Hate Speech) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งทุกภาคส่วนของสังคมควรให้ความสำคัญและพิจารณาหาแนวทางการป้องกันมิให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีก
ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขและป้องกันปัญหาลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต กสม. จึงมีมติให้ดำเนินการดังนี้ (1) รับคำร้องกรณีการเหยียดหยาม ดูถูกและด้อยค่าคนอีสานไว้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจัดทำข้อเสนอแนะมาตรการในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป (2) ศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความรอบด้านและมีประสิทธิผล และ (3) ขับเคลื่อนการรณรงค์และเสริมสร้างให้สังคมเกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวในการแถลงข่าวของ กสม. เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ว่า เรื่อง Bully การรังควานหรือรังแกกัน หรือเรื่อง Hate Speech การสร้างความเกลียดชัง เป็นส่วนหนึ่งของการละเมิดสิทธิหรือศักดิ์ศรีของผู้อื่น โดยเฉพาะ Hate Speech ที่สร้างความเกลียดชังขึ้นในสังคม ในความแตกต่างไม่ว่าจะเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ความคิด หรือด้านใดก็แล้วแต่ จะนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งแตกแยก และอาจเกิดเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ขึ้น เช่น การฆ่าฟันกัน
ซึ่งหลายประเทศโดยเฉพาะที่มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเชื้อชาติก็จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และบางประเทศก็จะมีกฎหมายออกมาและมีบทลงโทษเค่อนข้างสูงพื่อควบคุมพฤติกรรมที่เป็นการกระตุ้นสร้างความเกลียดชัง ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้ โดย กสม. ก็ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับภารกิจในการศึกษาปัญหาการ Bully และ Hate Speech ควรจะมีมาตรการเชิงนโยบายและเชิงกฎหมายอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้
“มีการพูดกันว่าอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อจะมาดูแลเรื่อง Hate Speech เรื่อง Bully เพื่อลดทอนปัญหานี้ เพื่อไม่ให้มีการไปด้อยค่าคนอื่น เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ เราก็ทราบว่าการสื่อสารไปอยู่ในโลกออนไลน์ อันที่สองบางทีคนก็จะรับข่าวสารที่ตัวเองเห็นด้วยหรือมีแนวโน้มไปในทางนั้น ก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่า แชมเบอร์ออฟเอคโค (Chamber of Echo) ก็คือจะฟังเฉพาะสิ่งที่อยากฟังแล้วเสียงก็จะสะท้อนกลับไป-กลับมาก็เลยการยอมรับคนอื่นหรือความแตกต่างยิ่งน้อยลง ยิ่งถ้าไปสร้างความเกลียดชังเกิดขึ้นมา โอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้น หรือเกิดความรุนแรงขึ้นก็จะสูงขึ้น” นายวสันต์ กล่าว