#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/629236

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
โรคคอตีบเป็นโรคที่หลายๆ คนคงได้ยินชื่อ แต่ก็อาจจะยังไม่รู้จักดีถึงแม้จะพบน้อยลงแต่ก็ยังคงมีผู้ป่วยอยู่ประปราย วันนี้ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยจะมาเล่าให้ฟังกันว่าโรคคอตีบคืออะไรมีอาการ การวินิจฉัย และการรักษาอย่างไร และเราจะสามารถป้องกันโรคนี้ได้หรือไม่
โรคคอตีบเป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีการอักเสบเด่นที่คอและต่อมทอนซิล ติดต่อจากคนสู่คนผ่านการหายใจละอองที่มีเชื้อปนเปื้อน อาจมีอาการรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้จากการตีบตันของทางเดินหายใจส่วนต้น หรือจากพิษของแบคทีเรียทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และระบบประสาทเป็นอัมพาต
ปัจจุบันอุบัติการณ์ในประเทศไทยลดลงมาก น้อยกว่า 0.01ต่อหนึ่งแสนประชากร แต่กลับมาพบได้มากขึ้นในบางปีเนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายกลุ่มแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน และในบางพื้นที่ที่มีอัตราการได้รับวัคซีนน้อย
โรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 2-5 วัน มักมีอาการเริ่มต้นคล้ายกับไข้หวัด อาจมีไอเสียงก้องร่วมกับต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และตรวจพบแผ่นเยื่อสีขาวเทาติดแน่นอยู่บริเวณต่อมทอนซิล กรณีที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดจากภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนต้น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรืออัมพาต
การวินิจฉัยจากอาการ การตรวจร่างกาย และอาจใช้การป้ายบริเวณรอยโรคส่งเพาะเชื้อ การรักษาประกอบด้วย 3 อย่างคือ การใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาต้านพิษแบคทีเรีย ร่วมกับการรักษาประคับประคองในกรณีอาการรุนแรง ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยควรปรึกษาจากแพทย์เพื่อรับการรักษาหากมีข้อบ่งชี้ และติดตามอาการ
การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การรับวัคซีนรวมป้องกันบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรนจำนวนสำหรับเด็กฉีดชุดแรก 3 เข็ม และเข็มกระตุ้นอีก 3 ครั้ง โดยเข็มแรกที่อายุ 2 เดือนและเข็มกระตุ้นสุดท้ายที่ 11-12 ปี และหลังจากนั้นกระตุ้นทุก 10 ปี สำหรับผู้ใหญ่ในกรณีที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันจำนวน 3 เข็ม และหลังจากนั้นกระตุ้นทุก 10 ปี
นพ.ธณัติ อุ่นสินมั่น และ พญ.วลัยพร วังจินดา
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
ภาพจาก https://www.immune.org.nz
