‘ตรีนุช’ ให้โอกาสนักเรียนตกหล่น เข้าโครงการ‘อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630798

‘ตรีนุช’ ให้โอกาสนักเรียนตกหล่น  เข้าโครงการ‘อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดโครงการ “สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคน
ของประเทศ” (อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรีมีอาชีพ) และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดึงเด็กยากจนเข้าสู่ระบบการศึกษา  ที่วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) ป่าซาง จ.ลำพูน

น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า โครงการนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้เข้าศึกษาต่อในสายอาชีพ ตามนโยบาย ศธ. ที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับได้เรียนต่อ 100% ซึ่งเป็นการผนึกกำลังบูรณาการในการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สอศ. สพฐ. สช.และ กศน. ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กนักเรียนโดยตรง 

“โครงการนี้ ทาง สอศ.ได้จัดเตรียมงบประมาณสำหรับปีการศึกษา 2565 ไว้แล้ว โดยสามารถให้การสนับสนุนน้องๆที่สนใจเข้าเรียนทางสายอาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 5,200 คน ในวิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเกษตร จำนวน 87 แห่ง โดยเป็นการเรียนฟรี และมีที่พักมาตรฐานให้พักฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 3 ปีของการเรียน อีกทั้งยังสนับสนุนให้น้องๆมีรายได้ผ่านการจัดทำโครงการหารายได้ระหว่างเรียน รวมถึงการหาแหล่งงานให้ทำภายหลังจบการศึกษาอีกด้วย คาดหมายว่าตลอด 10 ปีของโครงการ จะรับได้จำนวน 8 รุ่น มีน้องๆ เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 110,000 คน และภายใต้การดูแลของวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศใน 77 จังหวัด รวม 169 แห่ง” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2565 จะเปิดทุกสาขาวิชาในระดับ ปวช. ที่สถานศึกษานั้นเปิดทำการสอน โดยจะเน้นให้ความสำคัญในภาคปฏิบัติ ส่วนวิชาสามัญที่เป็นพื้นฐานในการเรียนยังคงมีอยู่ แต่จะบูรณาการเข้ากับการเรียนเนื้อหาทางวิชาชีพในทางปฏิบัติ ซึ่ง สอศ.จะประสานกับ สพฐ.เพื่อสำรวจนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาชั้น ม.3 ที่มีความประสงค์ในการเรียนต่อทางด้านสายอาชีพ แต่ครอบครัวขาดทุนทรัพย์ในการสนับสนุน ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเป้าหมายหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำ และป้องกันเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษา ให้เข้ามารับการศึกษาสายอาชีพแทน 

สำหรับจำนวน 87 สถานศึกษาที่เปิดรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นในระยะแรกประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค 1 แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ 39 แห่ง วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี 47 แห่ง แยกเป็นภูมิภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ 26 แห่ง ภาคกลาง 19 แห่ง ภาคใต้ 19 แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 แห่งภาคตะวันออก และ กทม. 5 แห่ง

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า โครงการ“อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรีมีอาชีพ” เป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัยตลอดจนส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาศักยภาพกำลังคนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งปลูกฝังค่านิยมด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียนสายอาชีพ ที่มีฐานะยากจนขาดโอกาสทางการศึกษา ในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษา มีทักษะวิชาชีพ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณผู้เรียน สร้างทางเลือกสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีความสนใจในการเรียนต่อสายอาชีพเข้าสู่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา 

“เด็กกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ มี 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก เป็นเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาไปแล้วที่จบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ หรือที่ตกค้างมาหลายปี สามารถเข้ามาเรียนในโครงการนี้ได้ทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาปกติ และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่กำลังจะจบ ม.3 ซึ่งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้ตกหล่นจากระบบการศึกษา เนื่องจากวิเคราะห์แล้วพบว่ามีเด็กที่คาดว่าจะตกหล่นจากระบบการศึกษาด้วยสาเหตุหลักคือเรื่องของฐานะทางครอบครัวที่ยากจน และความไม่พร้อมในการศึกษา ถึงแม้จะมีโครงการเรียนฟรี 15 ปี แต่ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียน ทั้งค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นอีก แต่โครงการนี้จะมีทั้งหอพักให้อยู่ฟรี มีอาหารเลี้ยง 3 มื้อ และยังให้เด็กทำงานหารายได้ระหว่างเรียนอีกด้วย”นายสุเทพ กล่าว 

Leave a comment