#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/631762

วันศุกร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.01 น.
“สโคป” หวังสร้างสร้างปรากฏการณ์อสังหาริมทรัพย์ ปักธง4 โครงการสุดหรูใจกลางเมือง มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิม เดินหน้าสู่ “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์”
“สโคป” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของโครงการสุดหรูแบรนด์ SCOPE เดินหน้าสู่ “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” เจาะกลุ่มลูกค้า International Premium ด้วยคุณภาพ-ความแตกต่าง ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิม ปักธง 4 โครงการสุดหรู ใจกลางเมือง รวมมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท เตรียมเผยโฉม 2 โครงการแรกSCOPE Langsuan – SCOPE Promsriแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2565 เชื่อสร้างจุดเปลี่ยนวงการอสังหาริมทรัพย์
นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่า จากการเปิดตัว บริษัท สโคป จำกัด เมื่อปี 2562บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในรูปแบบเดิม โดยมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมียมมาตรฐานระดับโลก โดยมีเป้าหมายต้องการปั้นบริษัทสโคป เป็นLifestyle Company ที่พัฒนาโครงการที่ตอกย้ำความเป็น “อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม” ของบริษัท เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่เป็น“อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม” เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เห็นโลกมามากมีความชอบและรสนิยมที่ไม่ได้จํากัดเฉพาะในกระแสหลักในประเทศ โดยเน้นนำเสนอเรื่องคุณภาพ และความแตกต่าง ให้กับตลาด
“เราต้องการสร้าง SCOPE ให้เป็นไลฟ์สไตล์ แบรนด์ ที่มากกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์โดยคํานึงถึงการใช้ชีวิตและบริการที่ตอบความต้องการมากกว่าการสร้างspace ให้คนมาอยู่อาศัย แต่เป็นการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัย ซึ่งสิ่งนี้จะชัดเจนขึ้นในปี2565เมื่อ2 โครงการแรกของบริษัททั้ง SCOPE Langsuanและ SCOPE Promsriแล้วเสร็จ โดยจะเริ่มมีลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์SCOPE Experience อย่างแท้จริง” นายยงยุทธ กล่าว
.jpg)
ปัจจุบันบริษัทสโคป มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งสิ้น 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท โดยมีการเปิดขายแล้ว 2 โครงการคือ SCOPE Langsuan มูลค่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี2565และ SCOPE Promsriมูลค่า 1,350 ล้านบาท แล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2565 เช่นเดียวกัน และตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้จากการโอนทั้งหมดกว่า 5,000 ล้านบาท
หลังจากนี้ มีแผนเปิดตัวอีก 2 โครงการ คือโครงการบนถนนสุขุมวิทติดกับรถสถานีไฟฟ้าทองหล่อ มูลค่า 2,500 ล้านบาท ในปี 2565จะเป็นโครงการที่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อยูนิตกว่า 140 ล้านบาทและมีเพียง 20 ยูนิตเท่านั้น โดยออกแบบภายในรวมถึงให้คําปรึกษาการออกแบบทั้งหมดโดยโทมัส ยูล-ฮันเซนดีไซเนอร์ผู้ออกแบบอาคารระดับโลกมาแล้วทั่วโลกโดยตั้งเป้ายอดพรีเซลของปี 2565 จากทั้ง 3 โครงการกว่า 4,500 ล้านบาทส่วนอีกโครงการจะเปิดตัวในปี 2566 ในทำเลสุขุมวิท 23 มูลค่า 2,200 ล้านบาท
.jpg)
นายยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับไฮไลท์ของบริษัทในปี2565ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ การเปิดตัวThe Langsuan Clubhouseที่โครงการ SCOPE Langsuanซึ่งจะเป็น Private Residential Clubhouse ที่มีขนาดกว่า 2,500 ตารางเมตร ที่ออกแบบโดย “โทมัส ยูล-ฮันเซน”เฉพาะเฟอร์นิเจอร์มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ขนาด 25 ที่นั่งที่มาพร้อมระบบเสียงระดับสุดยอดที่สุดและ The Langsuan Lounge ที่ตั้งใจจะให้เป็น Rooftop Terrace เหนือกว่าโรงแรม 6 ดาว ฯลฯ
อีกไฮไลท์สำคัญคือ โครงการ SCOPE Promsriคอนโดมิเนียม 8 ชั้นที่วางเป้าหมายให้เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในประเทศไทยทั้งด้านคุณภาพและการออกแบบ โดยถือเป็นโครงการแรกในเอเชียที่ collaborate กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลก LigneRosetซึ่งออกแบบและผลิตพิเศษในประเทศฝรั่งเศสเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ
.jpg)
นายยงยุทธกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ว่า เราโดนเรื่องการก่อสร้างที่ช้าลง แต่เรื่องยอดขายนั้นเราทำได้ดีเลยทีเดียวผมมองว่าสินค้าที่เน้นเรื่องคุณภาพ และความแตกต่างอย่างโครงการSCOPE Langsuanและ SCOPE Promsriของเรา นั้นแทบไม่ได้รับผลกระทบเรื่องยอดขาย เพราะเป็นสินค้าคุณภาพสูงและผู้ซื้อของ SCOPE เป็น Real Demand คือซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงไม่ใช่ซื้อเพื่อเก็งกำไร และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงๆ
“สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือการดูแลทุกคนให้ดี ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ Supplier ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน เพราะผมเชื่อมั่นมาตลอดการทำธุรกิจที่ผ่านมาว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรสินค้าที่ขายได้เสมอคือสินค้าที่มีคุณภาพสูงและผลิตด้วยความตั้งใจ ดังนั้นจึงต้อง Balance ทุกอย่างให้ลงตัว เพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนที่ดีในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ” นายยงยุทธ กล่าว
สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการใหม่ๆ ของบริษัทในอนาคต บริษัทวางแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องโดยโครงการในอนาคตจะยังคงเป็นโครงการในระดับ “อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมียม”ในทําเลที่เป็นที่ปรารถนาของลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวธุรกิจที่ดูแลบริหารจัดการด้านHospitality ซึ่งเป็นมากกว่าการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นสะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทซึ่งเป็นLifestyle Companyที่ไม่ได้พัฒนาเพียงพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย แต่พัฒนาประสบการณ์การใช้ชีวิต (Living Experience) ให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการด้วย -(016)
