บำรุงราษฎร์ประกาศความสำเร็จรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/632300

บำรุงราษฎร์ประกาศความสำเร็จรักษาโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ

วันอังคาร ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์มีความก้าวหน้าอย่างมาก การศึกษาวิจัยด้านการแพทย์ยังเดินหน้าคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาแบบแผลเล็กอย่างต่อเนื่อง (Minimally Invasive Surgery) เพื่อให้อวัยวะได้รับความเสียหายน้อยที่สุดจากการผ่าตัดแผลเล็กหรือจากการรักษาด้วยเทคนิคต่างๆ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความเจ็บปวดน้อยลง รักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นลงและเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยลงขณะเดียวกันก็คำนึงถึงประสิทธิภาพในการรักษาควบคู่กันไปด้วย

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า บำรุงราษฎร์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับคุณภาพมาตรฐานเพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดียิ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในวิสัยทัศน์คือการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ในบำรุงราษฎร์เพื่อให้ผู้ป่วยในประเทศไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครอบคลุม ภายใต้การรักษาที่มีประสิทธิภาพของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพ ที่ทำงานร่วมกับเป็นทีมอย่างมืออาชีพ และล่าสุดศูนย์ทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเทคโนโลยีในการรักษาต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ (Water Vapor Therapy) โดยไม่ต้องผ่าตัด เข้ามาใช้รักษาผู้ป่วยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อต้นเดือนกันยายน 2564 ซึ่งได้ผลตอบรับจากผู้ป่วยในระดับที่ดีและมีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ

นายแพทย์วิโรจน์ ชดช้อย หัวหน้าศูนย์ทางเดินปัสสาวะ และแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตรักษาด้วยไอน้ำ จำนวน 65 ราย มีอายุระหว่าง 60-80 ปี ที่เข้ารับการรักษาในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ป่วยรู้สึกพึงพอใจผลการรักษาในระดับสูง ร้อยละ 70-95 ซึ่งแพทย์ได้มีการนัดติดตามผล จำนวน 53 ราย เพื่อประเมินผลลัพธ์หลังการรักษา 1 เดือน โดยภาพรวมการปัสสาวะของผู้ป่วยดีขึ้น ประกอบด้วย ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะพุ่งแรงขึ้น และมีอัตราพุ่งแรงสูงสุดขณะปัสสาวะ เทียบระหว่างก่อนการรักษาอยู่ที่ 10.6 มิลลิลิตร/วินาที และหลังการรักษาเพิ่มขึ้นเป็น 22.5 มิลลิลิตร/วินาที, ผู้ป่วยรู้สึกปัสสาวะสุด โดยมีปริมาตรปัสสาวะคงเหลือลดลงเกือบ 3 เท่า (หรือ 90.7 -> 36.3 มิลลิลิตร) และมีปริมาณปัสสาวะในแต่ละครั้งมากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 194 เพิ่มขึ้นเป็น 288 มิลลิลิตร, มีการเสียเลือดในปริมาณน้อยมาก คือ 0-10 มิลลิลิตร ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะเห็นผลชัดเจนหลังเข้ารับการรักษา 1 เดือน และเห็นผลสูงสุดตั้งแต่เดือนที่ 3 หลังจากการรักษา

ผลลัพธ์การรักษาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวความสำเร็จของบำรุงราษฎร์ในการรักษาผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตด้วยไอน้ำ ซึ่งถือเป็นการรักษาครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ที่ใช้กระบวนการรักษาเพียง 1 -15 นาที โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ฟื้นตัวเร็ว มีความเสี่ยงต่ำ อวัยวะบอบช้ำน้อยทำให้สามารถกลับมาสู่สภาพทางสรีรวิทยาและกลับมาใช้งานได้เป็นปกติมากที่สุด และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศหรือส่งผลน้อยมาก ที่สำคัญ วิธีนี้ยังสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน อีกด้วย

นายแพทย์ธีระพล อมรเวชสุกิจแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวปิดท้ายว่า ศูนย์ทางเดินปัสสาวะเชื่อมั่นว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง จะมีผู้ที่มีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ตื่นปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะเสร็จแล้วแต่รู้สึกไม่สุด หรือมีอาการต่างๆ เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก เข้ามารับการรักษาที่บำรุงราษฎร์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาต่างๆ นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยขอยกตัวอย่างผู้ป่วยจำนวนหนึ่งได้แบ่งปันความรู้สึกหลังการรักษาว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แล้วต้องคอยแวะเข้าห้องน้ำตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้เขากังวลกับเรื่องนี้น้อยลง และทำให้เขาวิ่งได้ระยะไกลขึ้นอย่างสบายใจ, ผู้ป่วยรายหนึ่งเคยรักษาด้วยวิธีกินยาแต่ก็ไม่ค่อยเห็นผลเท่าที่ควร แต่หลังจากเข้ารักษาด้วยเทคโนโลยีไอน้ำ ทำให้ไม่ต้องพะว้าพะวงกับการปัสสาวะอีกต่อไป, ผู้ป่วยบางรายใช้เวลาในการเข้าห้องน้ำนานถึง 5-10 นาทีเพราะปัสสาวะไหลแผ่ว ไม่ต่อเนื่องและรู้สึกไม่สุดสักที แต่วันนี้เขาสามารถใช้เวลาเข้าห้องน้ำเหมือนคนปกติอีกครั้ง

ที่ผ่านมา ศูนย์ทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ไม่เคยหยุดพัฒนาและมุ่งยกระดับการรักษาในทุกปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมลูกหมากรวมถึงโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศทั้งชายและหญิงได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน ศูนย์ทางเดินปัสสาวะมีแพทย์ชำนาญการรวมกว่า 25 ท่าน สามารถวิเคราะห์โรคและให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทันท่วงที พร้อมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และบุคลากรที่ทุ่มเทและใส่ใจในการรักษาโดยคำนึงถึงผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ

Leave a comment