วัคซีนนิวโมค็อกคัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/632310

วัคซีนนิวโมค็อกคัส

วันอังคาร ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วันนี้ ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยจะมาให้ทุกท่านรู้จักกับวัคซีนนิวโมค็อกคัสที่หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกันนัก แต่เป็นวัคซีนที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว วัคซีนนิวโมค็อกคัสเป็นวัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด

วัคซีนนิวโมค็อกคัสสำหรับผู้ใหญ่มี 2 ชนิด คือ พีซีวี-13 เป็นวัคซีนชนิดคอนจูเกต ครอบคลุมเชื้อ 13สายพันธุ์ ฉีดเข้ากล้าม กระตุ้นภูมิได้ดีแม้จะมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และ พีพีเอสวี-23 เป็นวัคซีนชนิดโพลีแซคาไรด์ ครอบคลุมเชื้อ 23 สายพันธุ์ ฉีดเข้ากล้าม กระตุ้นภูมิได้ดีหากไม่มีภาวะภูมิบกพร่อง

ผู้ป่วยที่ควรได้รับวัคซีนมี 4 กลุ่มดังนี้

1. ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป) แนะนำให้ฉีดพีซีวี-13 ก่อนและเว้นระยะ 1 ปี จึงฉีดพีพีเอสวี-23 (หากแข็งแรงดีอาจไม่จำเป็นต้องฉีดพีซีวี-13)

2. อายุ 19-64 ปี มีความเสี่ยงสูงแต่มีภาวะภูมิคุ้มกันดีเช่น เบาหวาน โรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง ตับแข็ง สูบบุหรี่เรื้อรัง และดื่มสุราเรื้อรัง แนะนำให้ฉีดพีพีเอสวี-23 1 เข็ม โดยไม่ต้องฉีดเข็มกระตุ้น

3. อายุ 19-64 ปี มีความเสี่ยงสูงมากแต่มีภาวะภูมิคุ้มกันดี ได้แก่ มีน้ำไขสันหลังรั่วหรือได้รับการปลูกถ่ายประสาทหู แนะนำให้ฉีดพีซีวี-13 แล้วเว้นระยะ 2 เดือนถึง 1 ปี จึงฉีดพีพีเอสวี-23 เพื่อให้ภูมิขึ้นเร็วและครอบคลุมหลายสายพันธุ์

4. อายุ 19-64 ปี มีความเสี่ยงสูงมากเพราะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับการตัดม้ามหรือไม่มีม้าม โรคไตเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่องตั้งแต่แรกเกิด ได้รับยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิคุ้มกัน ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ แนะนำให้ฉีดพีซีวี-13 แล้วเว้นระยะ 2 เดือนถึง 1 ปี จึงฉีดพีพีเอสวี-23 และให้เว้นระยะอีก 5 ปี จึงฉีดพีพีเอสวี-23เข็มกระตุ้นซ้ำเพื่อให้ภูมิคุ้มกันสูงขึ้น

ผู้ที่อยู่ในข้อ 2, 3 และ 4 แนะนำให้ฉีดพีพีเอสวี-23 กระตุ้นอีก 1 เข็มเมื่ออายุเกิน 65 ปี โดยต้องห่างจากเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 5 ปี และในกรณีที่ไม่เคยได้วัคซีนชนิดพีซีวี-13 มาก่อน แนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดพีซีวี-13 1 เข็ม

อย่างไรก็ดีวัคซีนนี้มีราคาค่อนข้างสูงและยังต้องจ่ายเงินเอง ดังนั้นในกรณีที่มีข้อจำกัดเรื่องราคา ควรพิจารณาฉีดวัคซีนอื่นที่มีความจำเป็น และมีความคุ้มค่ามากกว่าให้ครบถ้วนก่อน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่

แพทย์หญิงทักษอร อังศุธรารักษ์ และ รศ.ดร.พญ.ภิญโญ รัตนาอัมพวัลย์

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ภาพจากเว็บไซต์ : https://www.clinicaladvisor.com

Leave a comment