#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/632288

วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.33 น.
“วัด” นอกจากจะเป็นสถานที่พึ่งทางจิตใจของพุทธศาสนิกชนแล้ว ปัจจุบันนี้วัดยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นสถานที่ปลอดอบายมุขทุกประเภทอย่างแท้จริง โดยมี “พระสงฆ์” เป็นผู้มีส่วนสำคัญในขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วน จนเกิดเป็น “วัดปลอดบุหรี่”
พระมหาสุวรรณ วิชฺชาธโร เจ้าคณะอำเภอเมืองตรัง รักษาการเจ้าอาวาสวัดนิโครธาราม อำเภอเมือง จังหวัดตรัง กล่าวว่า พระคิลานุปัฏฐาก มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ ช่วยให้พระสงฆ์หันมาดูแลสุขภาพเพื่อร่างกายที่แข็งแรง ขณะเดียวกันยังมีบทบาทในการชักชวนทั้งพระสงฆ์และประชาชนให้ลดละเลิกสูบบุหรี่ด้วย โดยเริ่มจากการชี้ให้เห็นโทษของการสูบบุหรี่ก่อน แต่เรื่องนี้ต้องอาศัยความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ความมั่นคงทางจิตใจของแต่ละคนเพื่อให้เข้ามาสู่กระบวนการเลิกบุหรี่ในที่สุด
ที่ผ่านมาได้พัฒนาแกนนำพระคิลานุปัฏฐาก ด้วยการเสริมทักษะในการแนะนำหรือชักชวนเพื่อนำมาสู่การเลิกบุหรี่ แม้จะมีการระบาดของโควิด-19 แต่ได้มีการจัดการอบรมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งผลสำเร็จที่เกิดจากการดำเนินงาน คือ พระของวัดนิโครธารามไม่มีการสูบบุหรี่ให้เห็น จึงขยายคำแนะนำไปยังวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ ด้วยการขอให้พระสงฆ์พยายามลดการสูบบุหรี่ลง หรือไม่สูบบุหรี่ให้ผู้อื่นเห็น รวมถึงผู้ที่จะเข้ามาบวชเป็นพระสงฆ์ ก็จะแนะนำให้เลิกบุหรี่ก่อนบวช เพราะการบวชถือเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องลด ละ เลิกความรัก โลภ โกรธ หลงด้วย
ส่วนสิ่งที่พระสงฆ์ต้องการได้รับการสนับสนุน คือ งบประมาณที่จะลงมาช่วยเหลือทั้งการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนลดละเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น หรือช่วยให้เจ้าหน้าที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะการที่พระสงฆ์เข้าไปตักเตือนเองอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชนได้
“อยากฝากไปยังผู้ที่กำลังสูบบุหรี่ว่า ถ้าเห็นว่าชีวิตของเรามีคุณค่า ก็พยายามดูแลสุขภาพของตนเอง สิ่งใดที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็ไม่ควรนำเข้าร่างกาย เพราะแม้วันนี้ร่างกายอาจจะแข็งแรง แต่วันข้างหน้าเมื่ออายุมาก ภูมิคุ้มกันลด สุขภาพจะแย่ลง และต้องเข้ารับการรักษาร่างกายในอนาคต ส่วนการจะเลิกบุหรี่นั้นทุกอย่างอยู่ที่ใจหากมีความตั้งใจแล้วก็จะสามารถเลิกได้ไม่ยาก” พระมหาสุวรรณ วิชฺชาธโร กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่พระมหาโอทก อริยปคุโณ เจ้าคณะอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ในฐานะเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมภูมิ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง หนึ่งในวัดนำร่องโครงการวัดปลอดบุหรี่ปี 2560 และวัดปลอดแอลกอฮอล์ปี 2562 กล่าวว่า การจะทำให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง ต้องทำร่วมกับญาติโยมในพื้นที่ ด้วยการหารือร่วมกัน ติดตั้งป้ายขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นว่าวัดแห่งนี้คือสถานที่ปลอดจากบุหรี่และสุรา รวมถึงอบายมุขทุกชนิด หากฝ่าฝืนถือว่ามีโทษทางกฎหมาย พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจให้เห็นว่าหากจะเข้ามาจัดงานภายในวัด จะต้องไม่นำอบายมุขต่าง ๆ เข้ามา ส่งผลให้การทำงานร่วมกันชุมชนเป็นไปด้วยดี ผู้เข้าร่วมงานบางส่วนเกิดความเกรงใจไม่กล้าสูบภายในพื้นที่วัด แต่หากยังพบการฝ่าฝืนก็จะแจ้งไปยังตำรวจให้ตักเตือนต่อไป พร้อมขยายผลการทำงานไปสู่วัดแห่งอื่นในพื้นที่ ด้วยการทำงานให้เห็นจริง เมื่อมีการปรับเงินกรณีไม่ทำตามกฎหมายก็ปรับจริง เป็นตัวอย่างแก่วัดแห่งอื่นได้ดำเนินนโยบายตามต่อไปในอนาคต
“สิ่งที่อยากฝากไปยังคนที่สูบบุหรี่ คือ บุหรี่แม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจในช่วงขณะนั้น แต่สิ่งที่เสียไปไม่คุ้มกันทั้งสุขภาพและเงินทอง ดังนั้นจึงอยากให้ตั้งคำถามกับตนเองว่า เราจะบริโภคสิ่งเหล่านี้ต่อไปหรือไม่ หากไม่ต้องการก็ขอให้วางลงแล้วออกมา หรือหากไม่สามารถเลิกได้ทันทีก็ขอให้ค่อยๆ ลดปริมาณลง จนนำมาสู่การเลิกได้ในที่สุด”
ด้าน พระอาจารย์พีรพัฒน์ ฐานิสฺสโร พระแกนนำขับเคลื่อนงานวัดปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วัดมัชฌิมภูมิ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์งานบุญปลอดเหล้าบุหรี่ในวัด พร้อมกับลงนามหนังสือทำความเข้าใจร่วมกันกับเจ้าภาพให้งานศพหรืองานบุญปลอดจากเหล้าและบุหรี่เป็นการเฉพาะ ซึ่งญาติโยมให้การสนับสนุนและยินดีต่อโครงการนี้ เพราะทำให้เจ้าภาพลดค่าใช้จ่ายในงานลงไปได้มาก และยังได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคมในการช่วยจัดทำสื่อเพื่อชวนให้เลิกสูบบุหรี่ หรือการให้คำแนะนำข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ ส่วนการขับเคลื่อนงานลดบุหรี่ในพระสงฆ์ จะต้องเริ่มจากการให้พระสงฆ์เป็นแบบอย่างก่อนว่า สามารถเลิกบุหรี่ได้จริง ไม่มีการสูบให้เห็น และจะเป็นแบบอย่างให้กับญาติโยมที่เข้ามาเยี่ยมในวัด ลดการสูบบุหรี่ลงได้ตามไปด้วย ส่งผลให้คนในชุมชนเองลดการสูบบุหรี่ลงไปมาก โดยสิ่งที่พระสงฆ์ต้องการคืออยากให้โครงการวัดปลอดสุราและบุหรี่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นกิจกรรมที่ทำเป็นปกติของชุมชนต่อไป
ขณะที่ นางณินท์ญาดา รองเดช นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้รับผิดชอบงาน ควบคุมยาสูบ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง (สสจ.ตรัง) กล่าวว่า นอกจากการขับเคลื่อนงานเลิกบุหรี่ในชุมชนแล้ว ยังได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์ โดยให้วัดเป็นศูนย์กลางในการสร้างความรู้แก่ประชาชน พร้อมลงนามความร่มมือกับวัดต่าง ๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด จัดทำข้อปฏิบัติให้วัดแต่ละแห่งปลอดบุหรี่ รวมทั้งขยายผลมาสู่ โครงการวัดเตรียมรองรับสังคมสูงวัยด้วย เพื่อดูแลรักษาสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่ง สสจ. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของวัดทุกด้าน ทั้งการให้สื่อประชาสัมพันธ์ ติดป้าย ติดสติกเกอร์ เพื่อรณรงค์เลิกสูบบุหรี่ภายในวัด พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนงานจะเกิดเป็นรูปธรรมไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากวัดในพื้นที่ ด้านนางสาวชลิดา ณ ตะกั่วป่า แกนนำขับเคลื่อนร่วมกับวัดปลอดบุหรี่ กล่าวว่าได้ร่วมมือกับโรงเรียนที่อยู่ใกล้วัดให้เกิดเป็นเครือข่าย “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้คิดค้นวิธีการให้เด็กเขียนโปสการ์ดไปยังคนที่เรารัก เพื่อขอให้เลิกดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ โดยจากการสอบถามไปยังเด็กนักเรียนก็พบว่ามีบุคคลในครอบครัวเกี่ยวข้องกับอบายมุขทั้งสองอย่างนี้เป็นส่วนใหญ่ และนักเรียนทุกคนก็อยากให้เลิก จึงให้เขียนไปบอกคนที่รักว่า ให้ลด ละ เลิกอบายมุขต่าง ๆ เพื่อบุตรหลานและคนที่รัก ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากครูในโรงเรียนที่คอยนำที่อยู่ของแต่ละบ้านมาให้ จนนำส่งโปสการ์ไปในครอบครัวได้
ส่วนเทศกาลสำคัญนั้นก็ได้รับความร่วมมือจากวัด ในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไปเขียนโปสการ์ดไปยังคนในครอบครัวเพิ่มเติมอีก ผลตอบรับที่ได้มาถือว่าดีมาก ส่งผลต่ออิทธิพลทางความคิดของบุคคลในครอบครัวที่ชวน ช่วย ให้เลิกสุราหรือเลิกบุหรี่ได้ จึงอยากให้โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนต่อไป เพื่อให้การทำงานเกิดความต่อเนื่อง และไม่ให้สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพของเด็กอีกด้วย
-(016)



