#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/632770

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส 100 ปีแห่งการสถาปนา “ยุวกาชาดไทย” ในรูปแบบออนไลน์ โดยมี เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย สุนันทาศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด และเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมศิริ สิริโยธิน ชั้น 4อาคารเฉลิม บูรณะนนท์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 อีกทั้งมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศภายในงานผ่านเฟซบุ๊คเพจของสภากาชาดไทย ได้แก่ เพจ :The Thai Red Cross Society เพจ : อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทย และเพจ : สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสาร อีกทั้งในโอกาสพิเศษนี้ได้เปิดให้อาสายุวกาชาด สมาชิกยุวกาชาด และประชาชนทั่วประเทศ ที่รับชมการถ่ายทอดสด ได้ลงทะเบียนรับเกียรติบัตรออนไลน์ “ความทรงจำแห่งศตวรรษ 100 ปี ยุวกาชาดไทย” เป็นที่ระลึกอีกด้วย
สำหรับโครงการและกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาส “100 ปียุวกาชาดไทย” อาทิ โครงการล้านต้นบนแผ่นดิน สืบสาน รักษา ต่อยอด 99 สู่ 100 ปี ยุวกาชาดไทย, โครงการป่าที่ภักดี, สร้างสรรค์สารคดีเชิงประวัติศาสตร์ 100 ปียุวกาชาด เรื่อง “หน่อศานติ” สร้างสรรค์ผลงานเพลง “พลังอาสายุวกาชาด” ขับร้องโดยณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม โครงการธรรมะสู่ดวงใจ ยุวกาชาดไทย 100 ปี และกิจกรรมรณรงค์บริจาคโลหิตในช่วงวิกฤตโลหิตขาดแคลน เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 เป็นต้น
สุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย กล่าวถึงความเป็นมาของยุวกาชาดไทย ว่า “กิจการยุวกาชาด เกิดจากมติที่ประชุมสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2462 โดยที่ประชุมเสนอว่า สภากาชาดทุกชาติควรจัดตั้งกาชาดสำหรับเด็ก ซึ่งในขณะนั้น สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ดำรงตำแหน่งอุปนายกสภากาชาดสยาม ทรงเป็นผู้เข้าร่วมประชุมนั้นด้วยภายหลังจึงทรงก่อตั้งกิจการยุวกาชาดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2465 โดยเมื่อแรกก่อตั้งนั้นใช้ชื่อว่า “อนุสภากาชาดสยาม” โดยมีวัตถุประสงค์ให้เด็กเป็นคนดี รู้จักรักษาสุขภาพอนามัย มีใจเมตตากรุณาต่อผู้อื่น และรู้จักการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งนั้น กิจการยุวกาชาดขึ้นกับกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยกระทรวงศึกษาธิการและสภากาชาดไทยได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลรับผิดชอบร่วมกันต่อมา ในปี พ.ศ.2546 รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบราชการ และมีการปรับโครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรมมีการยุบกรมพลศึกษาเข้ากับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยุวกาชาดในส่วนของสภากาชาดไทย ได้กลับมาที่สภากาชาดไทย ชื่อว่า สำนักงานยุวกาชาด ยุวกาชาดในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้กลับไปที่กระทรวงศึกษาธิการ ชื่อว่า สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน
ปัจจุบันกิจการยุวกาชาดไทย ได้แบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 2 ส่วน คือ กระทรวงศึกษาธิการและสภากาชาดไทย โดยแบ่งความรับผิดชอบอย่างชัดเจน กล่าวคือ ยุวกาชาดที่มีอายุ 7-18 ปี เรียกว่า “สมาชิกยุวกาชาด” ให้สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดูแล ส่วนยุวกาชาดที่มีอายุ 15-30 ปี เรียกว่า “อาสายุวกาชาด” ให้สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เป็นผู้ดูแล โดยทั้ง 2 หน่วยงาน ได้มีการประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดมา”
ภารกิจของสมาชิกยุวกาชาดและอาสายุวกาชาด คือการมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดี รู้จักรักษาอนามัยตนเองและผู้อื่น มีจิตใจเมตตากรุณา ไม่เลือกชาติ ศาสนา มีความเสียสละ บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนมีจิตอาสา พึ่งพาได้ มีคุณธรรม และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติในอนาคต
ขอเชิญผู้สนใจร่วมเป็นพลังอาสายุวกาชาดร่วมกับสำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เพียงโหลดแอปพลิเคชั่น “อาสาสมัครกาชาด” สอบถามเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊คเพจ : อาสายุวกาชาด สภากาชาดไทยโทรศัพท์ 02-2525002-3 กด 1 หรือ 1664






