บอร์ด กพฐ.เร่งขยายผลครู HCEC 1.5 แสนคน จัดการเรียนแบบแอคทีฟเลินนิ่งพัฒนาผู้เรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633044

บอร์ด กพฐ.เร่งขยายผลครู HCEC 1.5 แสนคน จัดการเรียนแบบแอคทีฟเลินนิ่งพัฒนาผู้เรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.20 น.

บอร์ด กพฐ.เร่งขยายผลครู HCEC 1.5 แสนคน จัดการเรียนแบบแอคทีฟเลินนิ่งพัฒนาผู้เรียน

3 กุมภาพันธ์ 2565 ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องเพื่อทราบการพัฒนาครูโดยใช้ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) เป็นฐาน การด้านการพัฒนาครูให้มีสมรรถนะทางด้านภาษา ด้านดิจิทัล การพัฒนาครูตามสมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพ พัฒนาครูให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งขณะนี้ สพฐ. ได้อบรมพัฒนาครูกับโครงการ HCEC ไปแล้ว ประมาณ  150,000 คน ที่ประชุมจึงได้มอบให้ สพฐ.เร่งขยายผลครูที่ผ่านการฝึกอบรมได้นำทักษะสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไปสู่ในชั้นเรียนในการพัฒนาผู้เรียนต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าของร่างกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. …(หลักสูตรฐานสมรรถนะ) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)นำเสนอ โดยที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มีการใช้มานานพอสมควรแล้ว และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จึงเห็นควรว่าต้องมีการปรับปรุงหลักสูตร และการมุ่งเน้นเรื่องของสมรรถนะก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม ส่วนของการนำไปใช้ในทันทีอาจจะยังไม่พร้อม เนื่องจากตอนนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมฯสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพราะมีกฎหมายรองรับให้นำไปใช้ได้ โดยพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่มีโรงเรียนทั้งสิ้น 467 โรง แต่สมัครมาขอทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในช่วงแรก จำนวน  224 โรง 

ประธาน กพฐ. กล่าวต่อว่า สพฐ.ได้นำเสนอความคืบหน้าหลักสูตรฐานสมรรถนะ ว่า ณ วันนี้ยังเป็นร่างหลักสูตรและยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ซึ่งที่ประชุมมีการอภิปราย ตั้งข้อสังเกต และให้คำแนะนำ โดยกรรมการเห็นว่าเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับยุคสมัย ซึ่งโรงเรียนที่อยู่นอกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา หากโรงเรียนมีความพร้อมก็ควรเปิดโอกาสให้ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะได้ด้วย จึงมอบให้ สพฐ.ไปจัดทำแผนรองรับมาเสนอที่ประชุมในครั้งต่อไป

“นอกจากนี้ที่ประชุมได้ตั้งขอสังเกตถึงการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปใช้ในปี 2565 แต่ยังติดเรื่องข้อกฎหมายและขั้นตอนต่าง ๆจึงอาจจะไม่ทันใช้ช่วงเปิดเทอมในเดือนพฤษภาคม ปีการศึกษา 2565 แต่หลักสูตรปัจจุบันที่ใช้อยู่ก็สามารถเน้นสมรรถนะได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับครูผู้สอน จึงอยากให้ สพฐ.นำครูที่ผ่านการอบรมโครงการ HCEC แล้ว ได้จัดการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะ วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื้อหาวิชาสามารถหาได้ทั่วไป โครงสร้างหลักสูตรเป็นเพียงแนวทาง แต่หัวใจสำคัญคือครูผู้สอน ซึ่ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้เน้นเรื่อง Active Learning ดังนั้นทำอย่างไรจะเกิดขึ้นได้จริง การเรียนไม่ใช่ครูป้อนให้หมด ต้องสอนให้เด็กฝึกหาความรู้เองครูต้องสอนนักเรียนทำให้ได้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์” ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว

ด้าน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าหลักสูตรในอนาคตหนีเรื่องฐานสมรรถนะไม่ได้ เพราะมีความจำเป็น แต่หลักสูตรฐานสมรรถนะจะใช้ได้เมื่อไรก็ต้องตอบข้อสังเกต ข้อห่วงใยต่าง ๆให้ได้ก่อน โดยหลักสูตรจะต้องมีความสมบูรณ์ และทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ดังนั้น สพฐ.จะรับทำแผน ว่าจะนำไปใช้ได้เมื่อไร  อย่างไร เพื่อเสนอที่ประชุมครั้งต่อไป

Leave a comment