#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/632727

วันพุธ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.32 น.
สพฐ.เร่งติดตาม‘เด็กตกหล่น’ ขีดเส้นดึงกลับสู่ระบบการศึกษาช่วงเปิดเทอม พ.ค.นี้
2 กุมภาพันธ์ 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ประชุมทางไกลชี้แจงแนวทางการติดตามค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เข้าร่วม ซึ่งการตามเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาถือเป็นเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องการลดความเหลื่อล้ำทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ขณะนี้ฐานข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มี 2 ฐาน คือ ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หน้าที่ของ สพท.และโรงเรียนคือการนำข้อมูลทั้ง 2 มารวมกัน หากพบข้อมูลซ้ำซ้อนแสดงว่าเป็นข้อมูลของนักเรียนคนเดียวกัน แต่หากข้อมูลไม่ซ้ำซ้อนกัน ถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ จากนั้นให้ สพท.และโรงเรียน ติดตาม ปักหมุดเด็กเหล่านี้ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในฐานะข้อมูล
นายอัมพร กล่าวต่อว่า เมื่อติดตามพบเด็กแล้ว ต้องหาวิธีการให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เช่น อาจจะมาอยู่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ถ้าเด็กอยากไปเรียนอาชีวะ หรือเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ก็ส่งเสริมให้เด็กได้เข้าไปเรียนตามความต้องการ และในกรณีเมื่อลงไปติดตามเด็กแล้วไม่พบตัวเด็ก ต้องหาข้อมูลว่า เด็กย้ายถิ่นฐานหรือไม่ และย้ายไปอยู่ที่ใด เมื่อได้ที่อยู่ชัดเจนให้ประสานกับ สพท.และจังหวัดปลายทางที่เด็กอยู่ ให้ทำการติดตามเด็กกลับเข้าระบบการศึกษาต่อไป หากแต่ละพื้นที่พบเด็กต่างจังหวัดเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของตน ก็ให้เข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น อายุเท่าไหร่ มีภูมิลำเนาที่ไหน ได้เรียนหรือไม่ หากยังไม่ได้เรียนต้องจัดการให้เด็กเข้ามาเรียนในระบบ พร้อมกับประสานไปยังจังหวัดภูมิลำเนาของเด็กให้ทราบข้อมูลว่าเด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว
“เราต้องติดตามเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด สพฐ.มีเป้าหมายว่าจะเก็บข้อมูลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาทั่วประเทศให้เสร็จภายในเดือนเมษายน นี้ และจะส่งเด็กเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาภายในเดือนพฤษภาคม หรือเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 จากนั้น จะเฝ้าติดตามเด็กเหล่านี้ ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และดูปัญหาเด็กแต่ละคนว่ามีข้อจำกัดอย่างไรและจะแก้ไขช่วยเหลือได้อย่างไร” นายอัมพร กล่าว
นายอัมพร ระบุว่า สพฐ.ได้ร่วมมือกับ 11 พันธมิตร อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงวัฒนธรรม,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กรุงเทพมหานคร และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและการจัดการศึกษา ได้มาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือเด็กเพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสพฐ. ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเด็กได้ทุกเรื่อง โดยเราจะการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กทุกคน