ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม’แลนด์มาร์คภัยใต้น้ำหนึ่งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/633452

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม’แลนด์มาร์คภัยใต้น้ำหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บทเรียนจากความสูญเสียอย่างไม่เคยเกิดขึ้นในไทยเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ๒๕๔๗ เวลา ๐๗.๕๘ น.นั้น นอกจากทำได้คนไทยรู้จักและรู้เห็นกับปรากฏการณ์“สึนามิ” เป็นครั้งแรกแล้ว ก็สร้างการเรียนรู้แห่งใหม่ให้เกิดขึ้น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ขนาด๙.๑ ถึง ๙.๓ ที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา อินโดนีเซียนั้น ทำให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่าสึนามิ (Tsunami) ส่งผลกระทบให้ ๖ จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต, พังงา, ระนอง,กระบี่, ตรัง และสตูล ต่างประสบความหายนะและมีผู้เสียชีวิตประมาณ ๕,๔๐๐ คน บาดเจ็บกว่า ๘,๐๐๐ คนและผู้คนสูญหายอีกจำนวนมาก ซึ่งทำให้เด็ก กว่า ๑,๐๐๐ ชีวิตนั้นพลิกผันเป็นกำพร้าในทันที เหตุการณ์หายนะครั้งนี้ยังได้ถล่มชุมชนรอบชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียอีก ๑๔ ประเทศไปพร้อมกันด้วย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า ๒๐๐,๐๐๐ แสนคน นับว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เหตุการณ์แผ่นดินไหวใต้ทะเลรุนแรงครั้งนั้น ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนให้รับรู้ได้ถึงจ.ภูเก็ต และจังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย ไปจนถึงตึกสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ จากนั้นน้ำทะเลได้ลดเหือดหายไปอย่างผิดปกติ โดยไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าความหายนะนั้นกำลังมาเยือนในพื้นที่ดังกล่าวในบัดดล แม้ว่าจะอยู่ห่างจากภูเก็ต ประมาณ ๕๘๐ กิโลเมตร ที่ละติจูด ๓.๔ องศาเหนือ ลองจิจูด ๙๕.๗ องศาตะวันออก ก็ตาม แต่ความรุนแรง ๘.๙ ริกเตอร์นั้นได้ ส่งผลกระทบเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้ รวมถึงอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร เกิดความสูญเสียมูลค่าเสียหายหลายพันล้านบาท จนทำให้บ้านเรือน รีสอร์ต และโรงแรม ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ถนน เสียหายไปพร้อมกับชีวิตผู้คนหลายเชื้อชาติ นี่คือความจำที่ไม่เคยลืมจากผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์นี้ได้เลย ด้วยเหตุนี้ กระทรวงวัฒนธรรม จึงให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้และเห็นว่าชุมชนบ้านน้ำเค็มนั้นเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากพื้นที่ประสบภัย ๖ จังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างประเมินได้ยากเพราะผู้ประสบภัยในพื้นที่นั้นต้องได้รับความดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อฟื้นฟูความสุขและสร้างความเจริญให้กลับคืนมาอีกครั้ง ดังนั้น การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม ที่บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เพื่อเป็นสถานที่รำลึกและเรียนรู้ถึงเหตุการณ์พิบัติภัยแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗จึงมีความสำคัญยิ่ง โดยมีการออกแบบและจัดให้เป็นสถานที่เรียนรู้ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น สำหรับการเฝ้าระวังและป้องกัน ซึ่งคนไทยไม่เคยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวแบบนี้มาก่อน เพื่อให้เกิดความร่วมมือของไทย และคนทั่วโลก ที่เดินทางมาร่วมรำลึกและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ “สึนามิ” และพายุใต้น้ำในอนาคตได้ทุกปี

จากวันนั้นจนวันศุกร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนได้ร่วมพิธีเปิดและชมพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม หนึ่งเดียวในไทย ที่ออกแบบโดย ดร.พรธรรมธรรมมงคล ภูมิสถาปัตย์จากฝรั่งเศสของกรมศิลปากร โดยนำของจริงที่เกิดในเหตุการณ์ มาถ่ายทอดความรู้สึกและเรียนรู้ ในฐานะสถาปนิกผู้ร่วมประสบภัยในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย โดยสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า ๕ ไร่ ซึ่งมีอาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหน้าออกแบบเป็นเส้นโค้งในรูปแบบของคลื่นและ มีช่องเปิดรับแสงเป็นทรงกลมแบบฟองคลื่นกระจายตามความยาวของอาคาร ทำให้ภายในอาคาร เกิดที่ว่างคล้ายท้องคลื่นยาวตลอดห้องจัดแสดง และตั้งหอเตือนภัยที่ใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้านสร้างแรงบันดาลใจ นับเป็นแลนด์มาร์คที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยียนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพได้โดยรอบ นับเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ตามนโยบาย “วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ มีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย” ซึ่งในอนาคตนั้นสามารถสร้างกิจกรรมร่วมกับนานาชาติในเรื่องสึนามิและเรื่องภัยใต้ทะเลและรำลึกถึงเหตุการณ์นี้ได้ทุกปี

Leave a comment