#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/631307

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมในสุกร (GFM) เพื่อยกระดับการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย ให้มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ลดปัญหาจากโรคระบาด และส่งเสริมให้สินค้าปศุสัตว์มีความปลอดภัย โดยระบบการป้องกันโรคฯ ประกอบด้วย การจัดการพื้นที่เลี้ยงและโครงสร้างการจัดการโรงเรือนหรือเล้าและอุปกรณ์ การจัดการยานพาหนะ การจัดการบุคคล การจัดการด้านสุขภาพ การจัดการอาหาร น้ำ และยาสัตว์ การจัดการข้อมูล และการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกษตรกรสามารถปฏิบัติได้ ไม่ซับซ้อน และใช้ต้นทุนต่ำ สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงโรคระบาด ที่อาจทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นได้
นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ ได้วางมาตรการการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยในเกษตรกรรายเล็กและรายย่อย ในระยะแรกจะให้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ให้คำแนะนำ และสำรวจความต้องการการเลี้ยงสุกรของเกษตรกร ภายใต้มาตรการประเมินความเสี่ยง และเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และความพร้อมในการเลี้ยงสุกรใหม่ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ
ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการส่งเสริม สนับสนุน ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร เช่น พันธุ์สัตว์ราคาถูก (ลูกสุกรขุน สุกรแม่พันธุ์) โดยกรมปศุสัตว์และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ให้คำแนะนำด้านพืชอาหารสัตว์ต่างๆ รวมทั้งการประสานหาแหล่งทุนสนับสนุนการเลี้ยงสุกร โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพฯ รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (กลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มจดทะเบียน/สหกรณ์) ด้วย