#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/630630

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.
นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ไข่ไหมเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการเลี้ยงไหมของเกษตรกร โดยกรมหม่อนไหม มีภารกิจในการผลิตและบริการไข่ไหมพันธุ์ดีที่ปลอดโรคเพบริน บริการให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไข่ไหมที่แจกจ่าย มี 3 ประเภท คือ พันธุ์ไทยลูกผสมพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสม และพันธุ์ไทยพื้นบ้านชนิดพันธุ์แท้ ปัจจุบันความต้องการไข่ไหมของเกษตรกร เฉลี่ยปีละ 200,000 – 300,000 แผ่น ซึ่งเกินความสามารถการผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ผลิตได้ประมาณ 130,000 แผ่น/ปี ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีไข่ไหมพันธุ์ดีเพียงพอกับความต้องการ กรมหม่อนไหม จึงดำเนินการให้มีการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีศักยภาพและมีความพร้อมช่วยเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์ ภายใต้การควบคุมดูแลของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯในพื้นที่
การดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม มีการดำเนินการวางแผนการผลิตไข่ไหมแบบปีต่อปี โดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีความสามารถในการเลี้ยงไหมพ่อแม่พันธุ์ขยาย พร้อมกับตรวจสอบความพร้อมของเกษตรกรในการเลี้ยงไหมแต่ละรุ่นเพื่อขออนุมัติอธิบดีกรมหม่อนไหม ดำเนินการผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วม แล้วจึงทำสัญญาข้อตกลงการเลี้ยงไหมเพื่อผลิตไข่ไหมกับเกษตรกร เจ้าหน้าที่จะติดตามการเลี้ยงไหมของเกษตรกรไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง/รุ่น เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย และป้องกันช่องทางการนำโรคและแมลงเข้ามาภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิม
พระเกียรติฯ
ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรเลี้ยงไหมจนทำรังแล้ว ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ในพื้นที่ จะรับซื้อรังไหมด้วยราคาอ้างอิงคุณภาพและปริมาณของรังไหม เพื่อนำรังไหมที่ได้จากเกษตรกรมาผลิตไข่ไหมภายในศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยนำมาปาดรัง คัดเพศดักแด้ และจัดเก็บรักษาดักแด้ ผสมพันธุ์ผีเสื้อ วางไข่ ตรวจโรคเพบรินในแม่ผีเสื้อ และบริหารจัดการไข่ไหมพันธุ์ดีเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรต่อไป
“ปัจจุบัน การผลิตไข่ไหมของกรมหม่อนไหม ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะความรู้ ประกอบกับโรงเลี้ยงที่มีอายุการใช้งานนานมากแล้ว ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตไข่ไหมมีจำกัด ดังนั้น การผลิตไข่ไหมแบบเกษตรกรมีส่วนร่วมจะช่วยเพิ่มปริมาณไข่ไหมในวงจรการผลิตให้มากขึ้น ตอบสนองความต้องการไข่ไหมของเกษตรกร เพิ่มปริมาณผลผลิตรังไหมและเส้นไหมของประเทศให้มากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมให้ก้าวหน้าต่อไป” นายปราโมทย์ กล่าว