#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/634351

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน ปี 9” (ตามรอยพ่อฯ ปี 9) จัดกิจกรรมรณรงค์ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลุ่มน้ำป่าสัก จุดเริ่มต้นของโครงการตามรอยพ่อฯ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว เผยความสำเร็จแนวทางการทำเกษตรแบบโคก หนอง นา ตามศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น แก้ปัญหาทุกวิกฤตได้อย่างยั่งยืน โดยจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคี (ลงแขก) ณ โคกหนองนาโปรดปัน ต.ระโสม อ.ภาชี พื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จของคนมีใจ พร้อมจัดขบวน
ปั่นจักรยานรณรงค์ระยะทาง 119 กม. มั่นใจการขยายผลแตกตัวของโครงการทำให้เกิดกระแสความสนใจในทุกวงการอย่างกว้างขวาง องค์ความรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นจะสร้างแรงบันดาลใจส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นไม่รู้จบ
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “โครงการตามรอยพ่อฯ เกิดขึ้นในปี 2556 เมื่อ 9 ปีที่แล้วได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ว่าลุ่มน้ำป่าสักจัดการได้ยากเพราะมีความลาดชันสูง สิ่งที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยนั้น เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทุกภาคส่วน จึงเกิดการรวมตัวของ 7 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยภาครัฐ วิชาการ เอกชน ประชาสังคม ประชาชน ศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อดำเนินกิจกรรมรณรงค์ เผยแพร่ ส่งต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ได้พระราชทานไว้แก่คนไทย มุ่งหวังให้คนไทยเกิดการตระหนัก สนใจ เรียนรู้ และลงมือทำ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ผ่านพ้นทุกวิกฤตปัญหาได้อย่างยั่งยืนและยังส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้อื่นได้ด้วย เน้นการทำตัวอย่างให้ดูและรณรงค์ให้คนที่มีกำลังลุกขึ้นมาทำตาม เริ่มทำกิจกรรมรณรงค์ครั้งแรกที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การขยายผลแตกตัวอย่างกว้างขวาง เกิดเครือข่ายของคนมีใจหรือผู้สนใจในการลงมือปฏิบัติตามแนวทางศาสตร์พระราชา และมีพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน ทั้งในพื้นที่จังหวัดที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำป่าสักเองและลุ่มน้ำอื่นๆ ครอบคลุมทั้ง 22 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ”
อาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า“โครงการตามรอยพ่อฯ ปี 9 ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “9 ปี แห่งพลังสามัคคี ฟันฝ่าทุกวิกฤต สู่ทางรอดที่ยั่งยืน” เลือกพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จของไพโรจน์วิภาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเภสัชกรที่ศรัทธาในศาสตร์พระราชา ได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง สร้างพื้นที่จากที่นาว่างเปล่ามาทำเป็นโคก หนอง นา ปลูกไม้ป่าให้ความร่มรื่นและกำลังปลูกพืชอาหารและสมุนไพรเพิ่ม คุณไพโรจน์ได้ทำให้เห็นเป็นต้นแบบว่าโคก หนอง นา ทำได้จริง หยุดท่วม หยุดแล้งได้จริง ขณะที่พื้นที่รอบข้างยังคงประสบกับภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งในภายภาคหน้าพื้นที่แห่งนี้ก็จะเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยและเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากวิกฤตต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 200 คน แบ่งเป็นเครือข่ายเอามื้อจากจังหวัดต่างๆ 140 คน ผู้สมัครผ่านทางเฟซบุ๊คโครงการ 30 คน ตลอดจนพนักงานเชฟรอนและครอบครัวอีก 30 คนมาร่วมเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ขุดปรับคลองไส้ไก่รอบแปลงนาและรอบหนองน้ำ ทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ ทำนาอินทรีย์ ปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร ห่มฟางใส่ปุ๋ยแห้งปุ๋ยน้ำ เพาะผักเพาะต้นไม้ และทำน้ำยาอเนกประสงค์ เป็นต้น”
ด้าน ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวเสริมข้อมูลพื้นที่ว่า “อยุธยาตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 2,556.64 ตร.กม. หรือ 1,579,900 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้ มีแม่น้ำไหลผ่าน 4 สายได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำน้อย รวมความยาวประมาณ 200 กม. มีลำคลองใหญ่น้อยประมาณ 1,254 คลอง เชื่อมต่อกับแม่น้ำเกือบทั่วบริเวณพื้นที่ ในฤดูน้ำหลากจึงเกิดการท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี พื้นที่ของคุณไพโรจน์ วิภาสวัสดิ์ เป็นพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จของอยุธยา เพราะได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การนำศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปลงมือปฏิบัตินั้นสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน”
ด้าน ไพโรจน์ วิภาสวัสดิ์ เจ้าของพื้นที่โคกหนองนาโปรดปัน ขนาด 19 ไร่ ตั้งอยู่ที่อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ภรรยาเป็นคนสระบุรีมีอาชีพเป็นเภสัชกรทั้งคู่ เปิดร้านขายยาที่จังหวัดสระบุรี แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจหาซื้อที่เพื่อปลูกบ้าน เพื่ออยู่กับธรรมชาติ โดยเริ่มจากซื้อที่นา 2 ไร่เศษ และซื้อเพิ่มต่อๆ มาจากเจ้าของเดิมอีก 8 แปลง รวมเป็น 19 ไร่เศษ ซึ่งพื้นที่เดิมเป็นที่นาทั้งหมด มีป่าไผ่1 ไร่ จากนั้นจึงเริ่มหาความรู้โดยดูยูทูบ อ.ปัญญา ปุลิเวคินทร์ แห่งศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อีกทั้งได้แรงบันดาลใจจาก ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร (อ.ยักษ์) ที่ทุ่มเทเผยแพร่ศาสตร์พระราชา ในปี 2558จึงได้ไปอบรมหลักสูตรการป้องกัน เตือนภัยและฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp)รุ่นแรก ที่ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติและที่มาบเอื้อง จึงกลับมาปรับพื้นที่”
ไพโรจน์กล่าวถึงแผนการในอนาคตของโคกหนองนาโปรดปันว่า “จากการเป็นเภสัชกรพบว่ามีผู้ป่วยจากแผลติดเชื้อ ผื่นคันจากการใช้สารเคมี การจะแก้ปัญหาต้องทำเชิงรุก โดยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง นอกจากจะได้ผลผลิตความมั่นคงทางอาหารแล้ว ยังจะได้สุขภาพที่ดีด้วย เป้าหมายของผมคืออยากทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นต้นแบบให้คนทั่วไปเห็นว่าทำได้จริง และอยากให้ชาวนาที่เป็นเจ้าของพื้นที่โดยรอบเห็นว่า นอกจากทำนาแล้วยังสามารถทำอย่างอื่นได้ด้วย พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมได้ อนาคตอันใกล้นี้อยากปลูกบ้านในสวน เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับครอบครัว พ่อ แม่ และให้ลูกมีพื้นที่ได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น”






