#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/634408

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ได้ดำเนินงานตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการตลาด ด้วยการแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อวางแผนการผลิตร่วมกัน ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ใน จ.น่าน เชียงราย และพะเยา หันมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นการสร้างอาชีพใหม่ ทดแทนการทำเกษตรกรรมแบบเดิมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงด้านผลผลิตและราคา ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม และขยายผลสู่ระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และกลุ่มเกษตรกร ที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงด้านการตลาด การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างภาคเอกชนกับเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนในอาชีพให้เกษตรกรด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2564 มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม 3 จังหวัดดังกล่าว รวม 307 ราย เลี้ยงไหม 9 รุ่น ผลผลิตรังไหม รวม 55.77 ตัน รายได้ 8.67 ล้านบาท ส่วนปี 2565 มีแผนการเลี้ยงไหม 10 รุ่น คาดว่าจะได้ผลผลิตรังไหม 75 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า 12 ล้านบาท
“กรมหม่อนไหมยังเดินหน้าส่งเสริมการทำเกษตรพันธสัญญาในการซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรม เป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร ลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน อันจะเป็นการร่วมกันพัฒนาวงการหม่อนไหมไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการผลิตเส้นไหม ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก” นายปราโมทย์ กล่าว