ดูแลผู้สูงอายุ-ป้องกันหกล้ม ‘เอลด้าแบนด์’ผลงาน‘เภสัชฯมธ.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635231

ดูแลผู้สูงอายุ-ป้องกันหกล้ม  ‘เอลด้าแบนด์’ผลงาน‘เภสัชฯมธ.’

วันจันทร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ยกระดับบทบาทเภสัชกรตอบรับ “การแพทย์แม่นยำ” พร้อมพัฒนาเภสัชกรไทยยุคดิสรัปชั่น ล่าสุดทีมนักศึกษาคิดค้นนวัตกรรม และแผนการตลาด“เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND)” นวัตกรรมช่วยป้องกันและตรวจจับการล้มในผู้สูงอายุ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากการประกวด “แผนการตลาดของสมาคมเภสัชกรการตลาด (MPAT) โปรเจกท์ Start-up Pharma” จัดโดย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) และสมาคมเภสัชกรการตลาด (ประเทศไทย)

รศ.ดร.ภก.อรัมษ์ เจษฎาญานเมธา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เภสัชกรเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่ทำงานด้านยาซึ่งมีผลกระทบสำคัญยิ่งในการบำบัดรักษาผู้ป่วย เคียงข้างแพทย์ พยาบาล โภชนากร ที่สำคัญคือส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมผนวกเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านยาและเฮลท์เทคหรืออุปกรณ์การแพทย์ของไทย

การริเริ่มแนวคิดในการนวัตกรรม และแผนการตลาด เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) นาฬิกาอัจฉริยะ เตือนผู้สูงวัยก่อนล้ม ทีมงานประกอบด้วย 4 นักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ น.ส.ยงธิดา แสวงสุข น.ส.ณัฐกฤตา ครองแถว นายสรัชธีระสุต และ นายธนกฤต โสเจยยะ โดยมี ดร.ภก.สุจินต์ นิทัศน์ปกรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โดยสร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดแผนการตลาดระดับประเทศของสมาคมเภสัชกรการตลาด หรือ MPAT Award : Start-Up Pharma

และขณะนี้ ทางทีมงานผู้เข้าประกวดได้นำแนวคิดของการนวัตกรรม และแผนการตลาดของเอลด้าแบนด์เข้าสู่โครงการบ่มเพาะวิสาหกิจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ TU 88 Sand Box โดยระยะเวลาในการดำเนินงานของโครงการคือตั้งแต่เดือน ก.พ.-ธ.ค. 2565 เพื่อบ่มเพาะพัฒนาแนวคิดของนวัตกรรมนี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์เฮลท์เทคที่รองรับสังคมสูงวัย โดยการสนับสนุนของผู้เชี่ยวชาญ แหล่งเงินทุนและการตลาด

ยงธิดา แสวงสุข นักศึกษาปีที่ 5คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวถึง ที่มาของแรงบันดาลใจในการริเริ่มแนวคิดนวัตกรรม และแผนการตลาดของเอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) ว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว โดยมีจำนวนผู้สูงอายุกว่า 13 ล้านคน และ “การล้ม”เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของผู้สูงอายุจึงเกิดแนวคิดสร้างและพัฒนานวัตกรรม เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) เพื่อตอบโจทย์ในการดูแลผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวให้มีความปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที

โดยทีมนำความรู้ทางด้านเภสัชศาสตร์ผนวกกับเทคโนโลยีมาเพื่อริเริ่มการสร้างแผนการตลาดของนวัตกรรม ELDARBAND เพื่อใช้แนวคิดนี้แก้ปัญหานี้ได้โดยแจ้งเตือน อีกทั้งช่วยตรวจจับปัญหาสุขภาพ เช่น ตรวจจับยาที่รับประทานที่มีผลข้างเคียง ง่วงนอน เวียนหัวส่วนแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตนั้นจะเน้นความง่าย เพียงสวมข้อมือเหมือนนาฬิกาซึ่งมีเลขบอกเวลา

หากผู้สูงอายุเคลื่อนไหวกะทันหันผิดไปจากปกติ อุปกรณ์ก็จะแจ้งเตือนด้วยการสั่นและเสียง อีกทั้งเพิ่มแนวคิดที่จะพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์สามารถส่งข้อมูล GPS ระบุตำแหน่งและข้อมูลจำเฉพาะที่จำเป็นต่อการรักษาไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงโดยทันที หากเกิดข้อผิดพลาดในการแจ้งเตือนผู้ใช้งานสามารถกดยกเลิกได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มที่สามารถติดต่อไปยังแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพได้โดยตรงอีกด้วย

“จุดเด่นของ ELDARBAND ที่ทางทีมได้เตรียมไว้ คือจะสร้างให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นแบนด์อัจฉริยะหนึ่งเดียวที่มีฟังก์ชั่นป้องกันก่อนการล้ม ด้วยการตรวจจับสถานะสุขภาพของผู้สูงวัย ได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจ ความดัน ระดับน้ำตาล ระดับออกซิเจนในเลือด อุณหภูมิร่างกายและผิวหนัง โดยหากผู้ใช้งานมีความเสี่ยงที่จะล้ม เอลด้าแบนด์ (ELDARBAND) จะแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อทันที พร้อมส่งต่อ Health Data ให้แพทย์ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น” ยงธิดา กล่าว

ด้าน สรัช ธีระสุต นักศึกษาปีที่ 5คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวเสริมว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ เพราะจากการศึกษาพบว่า การล้ม 1 ครั้ง ในผู้สูงอายุ 1 คนนั้น จะส่งผลให้เกิดความเสียหาย 1.2 ล้านบาท คน/ปี เนื่องจากการหกล้มไม่เพียงแต่ทำให้บาดเจ็บเท่านั้น แต่คุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยจะเปลี่ยนไป ไม่สามารถกลับมาเดินหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัวไปด้วย

ดังนั้นแนวคิดการสร้างนวัตกรรม และแผนการตลาดของ ELDARBAND จึงเข้ามาปิดรูรั่วตั้งแต่การป้องกันการล้มในผู้สูงอายุไปจนถึงประหยัดงบในการดูแล
ผู้ป่วยของภาครัฐ จึงหวังว่าการพัฒนาเพื่อให้ ELDARBAND สามารถเกิดขึ้นได้จะเป็นอีกหนึ่งพลังสร้างสรรค์จากคนรุ่นใหม่ที่มอบให้คนไทยผู้สูงวัยได้มีสุขภาพนอนาคตดีขึ้นและสะดวกสบายมากขึ้น

สรัช ยังกล่าวอีกว่า เภสัชกรในยุคดิสรัปชั่นต้องปรับตัวและสามารถนำการเปลี่ยนแปลง มีทักษะคาดการณ์และวิเคราะห์แนวโน้มสิ่งต่างๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งตลอด 5 ปีของการศึกษาที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทุกวันคือ ความท้าทายและการเรียนรู้ เปิดโลกทัศน์ของเภสัชกรยุคใหม่ที่กว้างขึ้น ไม่เพียงเรียนรู้เฉพาะเพียงเรื่องยาเท่านั้น แต่สามารถบูรณาการความรู้ทั้งวิชาการ เทคโนโลยีการตลาด การบริหารธุรกิจ รวมถึงด้านกฎหมาย

“สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่มีความพร้อมนำไปต่อยอดพัฒนาเฮลท์เทค แบรนด์สินค้า อุตสาหกรรมการผลิตยาและสุขภาพ ฯลฯ เชื่อว่าบทบาทเภสัชกรยุคใหม่จะนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรมมากยิ่งขึ้น เราต้องใช้ประโยชน์นำเทคโนโลยีผนวกกับยารักษาโรค เก็บข้อมูลผู้ป่วยแต่ละบุคคล วันนี้ต้องมองไกล ไทยเรามีผู้สูงอายุกว่า 20% ของประชากรแล้ว” สรัช กล่าว

ความสำเร็จในการริเริ่มแนวคิดในการสร้างนวัตกรรม และแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์ ELDARBAND ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นทีม นำจุดแข็งของแต่ละคนมาผสมผสานกัน ในอนาคตโลกยังมีความท้าทายและปัญหาใหม่ๆ ทางสุขภาพเพิ่มขึ้น และอาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นเภสัชกรจึงเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งในด้านการคิดค้นนวัตกรรมยาและเฮลท์เทค เพื่อชีวิตวิถีใหม่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Leave a comment