#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/635929

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
การปลูกป่าชายเลน นอกจากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ยังเป็นแหล่งอนุบาล กุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อเป็นอาหารสำหรับชาวบ้าน และยังเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนชั้นดี เพราะด้วยลักษณะของป่าชายเลน มีใบเยอะ ลำต้นสูง คายน้ำ ชอบน้ำ รากเยอะช่วยลดโลกร้อนได้ดี
เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้ร่วมกับ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน ได้จัดกิจกรรมโครงการ “ชลิตอินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ปี 2 ขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายอธิวัฒน์ และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 40 คน ร่วมใจปลูกป่าชายเลนคลองโคน ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยได้รับความร่วมมือจาก นายพีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน และชาวบ้านในชุมชน
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและ
จัดกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ รวมถึงด้านดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อต่อยอดโครงการและช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ อีกทั้ง ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นจิตอาสาให้แก่พนักงานให้เห็นความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมงานสิ่งแวดล้อมและช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
กิจกรรมครั้งนี้นอกจากพนักงานจะได้ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนแล้ว ยังได้ล่องเรือชมระบบนิเวศป่าชายเลน สัมผัสกับบรรยากาศของป่าชายเลนสองข้างทาง แวะให้อาหารลิงแสม เล่นสกีน้ำกิจกรรมสันทนาการแบบพื้นบ้าน ชมวิถีชาวบ้านตามแนวชายฝั่ง ร่วมเรียนรู้กิจกรรมวิถีชีวิตชุมชม และร่วมทำขนมจาก รวมถึงการอุดหนุนสินค้าพื้นบ้านของชุมชน โดย นายพีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน เล่าว่า ชาวบ้านในชุมชนได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างอาชีพที่เกี่ยวเนื่องให้กับคนในชุมชน เช่น กลุ่มกระเตง (ขนำกลางทะเล) กลุ่มชาวเรือ กลุ่มทำอาหาร เป็นต้น เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้านในชุมชน ช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว ได้ทั้งความสนุก ได้สาระความรู้ และความรู้สึกดีๆ ที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กันไป
