#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/637233

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบข้อเสนอแนะและข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการเรียนและการปฏิรูปการศึกษา ย้ำว่าตลอดสามปีในตำแหน่งได้ขับเคลื่อนนโยบาย Coding เสมอมา เน้นให้ผู้เรียนใช้ความคิด วิเคราะห์ ไม่ท่องจำ ซึ่งเป็นการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง พร้อมจัดหา Smart Devices และเตรียมความพร้อมเด็กในการสอบPISA เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ได้มาตรฐานสากลดร.คุณหญิงกัลยา ชี้แจงถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านแสดงข้อห่วงใย และกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีข้อซักถามว่า เหตุใดการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการยังเน้นท่องจำ ทั้งนี้ รมช.กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาได้ผลักดัน Coding ให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยทุกชั้นเรียนตั้งแต่ระอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องเรียน Coding เพื่อเน้นการสร้างกระบวนการคิด เพื่อเตรียมเยาวชนไทยในศตวรรษที่ 21 โดยไม่มีการสอนแบบท่องจำ แต่เน้นการคิดวิเคราะห์ คิดเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่โลกสมัยใหม่จำเป็นต้องมี ทั้งนี้ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมครูกว่า 300,000 คน และขยายการเรียนรู้ Coding ในทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด Coding for All และยังได้เน้นการใช้ Coding กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อประยุกต์ใช้กับงานเกษตรกรรม จนประสบความสำเร็จชัดเจนในโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน ขณะนี้มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 600 โรงเรียนทั้งนี้ สพฐ. จะขยายผลไปสู่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม ที่นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน และประเทศในที่สุด
ส่วนเรื่อง Smart Devices เพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาเห็นปัญหาตั้งแต่แรกแล้ว และได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ ที่ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเรื่องนี้ให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ และมีภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิต่างๆ เป็นหน่วยงานสนับสนุนจัดหาอุปกรณ์ และระดมทุนจากแหล่งต่างๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่าของสถานศึกษา ซึ่งจะได้อุปกรณ์ใหม่ที่ได้มาตรฐาน ใช้งานได้จริง อุปกรณ์ทั้งหมดต้องมีมาตรฐานตามกระทรวงฯ กำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ส่วนประเด็นเรื่องการสอบ PISA ที่สอบ 3 วิชาคือการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเตรียมการเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการสอบในเดือนสิงหาคม2565 นี้ โดยจัดอบรมครูและทำเวิร์กช็อปเพื่อสอนครูแกนนำแล้วให้ครูแกนนำไปพัฒนานักเรียนต่อไป ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นี้ มีโครงการวิทย์พลัง 10 ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมมีโอกาสเรียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้การสอบ PISA ได้ผลดีขึ้นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการได้ทำไปแล้วคือเตรียมความพร้อมล่วงหน้ารองรับการปฏิรูปการศึกษา วางรากฐานของสภาการศึกษาซึ่งเป็นเสาหลักการศึกษาของชาติ ภายใต้แนวคิดเข็มทิศประเทศไทย โดยสร้างมิติใหม่ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์เปลี่ยน STEM เป็น STEAM รวมถึงเรื่องครู ซึ่งได้วางนิยามหน้าที่ของครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นผู้ดูแล เป็นโค้ชชิ่ง เพื่อตอบโจทย์สมรรถนะการศึกษาในอนาคต
ดร.คุณหญิงกัลยา เน้นว่ากระทรวงศึกษาธิการเน้นนโยบายการเรียนการสอนด้วย Coding ไม่เน้นการท่องจำ เราทำ Coding มาแล้ว 3 ปี และเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยให้สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิสรัปชั่น ถือเป็นการปฏิรูปไปถึงตัวเด็กเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ทุกสถานที่และตลอดชีวิต และยังน้อมนำพระราชดำรัสและพระราชปณิธานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ไปอบรมสั่งสอนให้นักเรียนบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริเพื่อให้เกษตรกรและคนไทยทุกคนมีน้ำใช้ตลอดปี เพื่อความอยู่ดีกินดีของทุกคน



