‘ตรีนุช’ปลื้มอาชีวศึกษาตอบโจทย์นโยบาย 10เอกชนลงขันหนุนพัฒนาช่างเทคนิค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639420

‘ตรีนุช’ปลื้มอาชีวศึกษาตอบโจทย์นโยบาย 10เอกชนลงขันหนุนพัฒนาช่างเทคนิค

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.16 น.

‘ตรีนุช’ปลื้มอาชีวศึกษาทวิภาคี ทำดีเยี่ยมตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล-ศธ. ด้านเอกชน 10 แห่งลงขัน 10.9 ล้าน หนุนโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี-ช่างเทคนิคสาขางานไฟฟ้าควบคุม

4 มีนาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ , นายสุเทพ แก่งสันเทียะ (เลขาธิการ สอศ.) และคณะผู้บริหาร เดินทางไปตรวจเยี่ยมวิทยาเทคนิคบ้านค่าย จ.ระยอง และชมนิทรรศการการแสดงผลการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ภาคตะวันออก 2  ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง ซึ่งจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี ร่วมกับสถานประกอบการทั้งในและต่างประเทศกว่า 272 แห่ง พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการและผลงานในสาขาวิชาต่างๆที่ปรับปรุงพัฒนาสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคบ้านค่ายได้รับการประกาศเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา(Excellent  Center)สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกลเรือ

นางสาวตรีนุช กล่าวมอบนโยบายขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ว่า ตนให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับอาชีวศึกษามาก เนื่องจากจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดการอาชีวศึกษาให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาทักษะฝีมือกำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ได้อย่างดีเยี่ยม การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาต้องมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ โดยการนำระบบและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย รวมถึงพันธมิตร นำองค์ความรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสถานประกอบการในภาคเอกชนมาร่วมจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มแข็ง

“จากที่  สอศ.ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ จำนวน 15 แห่ง เพื่อทำหน้าที่วางแผนความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานต่าง ๆจัดทำฐานข้อมูลกำลังคน และความต้องการของผู้ใช้กำลังคน รวมถึงการดูแลอำนวยความสะดวกและสวัสดิการของผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในเขตพื้นที่ ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เห็นผลชัดเจนว่าผู้เรียนจบแล้วมีงานทำ การจัดการศึกษาแบบทวิภาคี ถือเป็นทิศทางการพัฒนาทักษะอาชีพที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและจะทำให้การขับเคลื่อนประเทศไปด้วยดี” นางสาวตรีนุช กล่าว

จากนั้น นางสาวตรีนุช เป็นประธานเปิดศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิต และพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management : CVM) และศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สาขาปิโตรเคมี ที่ วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด จ.ระยอง และเป็นสักขีพยานในการรับมอบเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี (V-ChEPC) และโครงการพัฒนาช่างเทคนิคสาขางานไฟฟ้าควบคุม (V-EsEPC)  ประจำปีการศึกษา 2565  พร้อมมอบโล่เกียรติคุณแก่สถานประกอบการที่มอบเงินสนับสนุนโครงการฯ

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ. โดย ศูนย์ CVM ได้ร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุด (V-ChEPC) และโครงการพัฒนาช่างเทคนิค สาขางานไฟฟ้าควบคุม โดยได้ลงนามความร่วมมือ เพื่อพัฒนาหลักสูตร , พัฒนาครู , การจัดแผนการเรียนรู้ , การฝึกงาน และการส่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านเป็นครูช่วยสอน เป้าหมายของโครงการคือ ให้ผู้เรียนมีงานทำ มีความรู้ และทักษะสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมปัจจุบัน โดยได้รับมอบเงินสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในโครงการพัฒนาช่างเทคนิควิศวกรรมเคมี จำนวน 6 แห่ง เป็นเงิน 9.5 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 3.5 ล้านบาท

บริษัท เอสซีจี เคมีคอลส์ จำกัด 3 ล้านบาท บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) 1ล้านบาท กลุ่ม บริษัท อูเบะ (ประเทศไทย) 5 แสนบาท กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย 5 แสนบาท และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 1 ล้านบาท  สนับสนุนโครงการพัฒนาช่างเทคนิคสาขางานไฟฟ้าควบคุม จำนวน 4 แห่ง เป็นเงิน 1.4 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 5แสนบาทบริษัท บีแอลซีพี พาวเวอร์ จำกัด 5 แสนบาท สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน 2 แสนบาท และบริษัท บี.กริม พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2 แสนบาท

นายสุเทพ ยังกล่าวถึงศูนย์ทวิภาคีอาชีวศึกษาเขตพื้นที่  ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้นำนโยบายของรัฐบาล และ รมว.ศธ.ที่ได้กำหนดเป้าหมายของประเทศในการสร้างกรอบการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อม ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก  หรือ EEC สอศ.ได้ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษาอาชีวศึกษามีสมรรถนะสูง มีอาชีพ และมีรายได้ที่เหมาะสม ดังนั้น สอศ.จึงได้เน้นการศึกษาระบบทวิภาคี โดยร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อที่จะฝึกเด็กให้มีสมรรถนะตรงกับความต้องการ และสอศ.มีเป้าหมายสำคัญคือ เมื่อเด็กเรียนจบในสถานประกอบการแล้วต้องมีงานทำ 100%

ในอดีตการจัดการทวิภาคี สถานศึกษาจะต่างคนต่างทำไม่มีความเป็นเอกภาพ สถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมก็จะมีความเข้มแข็งมีสถานประกอบการเข้ามาร่วมมือมาก ส่วนสถานศึกษาที่อยู่พื้นที่ที่มีสถานประกอบการน้อย ก็จะอ่อนแอเพราะไม่มีสถานประกอบการเข้ามาช่วยสนับสนุน แต่เมื่อ สอศ.จัดตั้งศูนย์ อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ 15 ศูนย์ทั่วประเทศ  ศูนย์ดังกล่าวก็จะช่วยประสารกับสถานประกอบการให้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาในแบบทวิภาคีกับสถานศึกษานอกพื้นที่ที่ไม่มีสถานประกอบการตั้งอยู่เพื่อสร้างความเข้มแข็ง

“วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย ก็เป็นศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ ของภาคตะวันออก ซึ่งเป็น 1ใน 15 ศูนย์ฯ ที่อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม  จ.ระยอง แต่ถ้าวิทยาลัยที่อยู่ในภาคเหนือ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคใต้ ต้องการส่งเด็กมาฝึกงานในพื้นที่ EEC ภาคตะวันออก  ทางวิยาลัยเทคนิคบ้านค่าย  ก็จะประสานสถานประกอบการและดูแลเด็กให้ ส่งครูไปนิเทศก์แทน จึงเป็นข้อดีของการมีศูนย์ทวิภาคีฯ” เลขาธิการ กอศ. กล่าว -005

Leave a comment