#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/639372

วันเสาร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
การที่ได้ออกไปทำงานในชุมชนทำให้เราได้พบความจริงมากมายว่าคนเจ็บป่วย คนยากจน คนไร้ที่พึ่งยังมีอีกมาก ทำให้เราสามารถช่วยเขาเหล่านั้นได้มากมาย ทำให้คนในชุมชนเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณเพ็ญลักขณา ขำเลิศ พยาบาลวิชาชีพที่เลือกการทำงานกับคนเจ็บคนป่วยถึงบ้าน โดยไม่ต้องรอให้คนเจ็บป่วยต้องไปโรงพยาบาล
l เรียนถามว่าทำไมจึงเรียกตัวเองว่าพยาบาลไร้หมวกครับแล้วเวลาไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน ต้องทำอะไรบ้างครับ
คุณเพ็ญลักขณา : เพราะการที่ออกไปทำงานในชุมชนนั้น ดิฉันไม่ได้สวมเครื่องแบบพยาบาลเหมือนการทำงานในโรงพยาบาล ก็จึงเรียกว่าพยาบาลไร้หมวกค่ะ จริงๆ แล้วเมื่อก่อนหน้านี้หลายปีดิฉันก็เป็นพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลค่ะ อยู่ห้องผ่าตัด ห้องคลอดห้องฉุกเฉิน และอยู่ตึกผู้ป่วยใน ช่วงทำงานตึกผู้ป่วยในเราก็สังเกตเห็นว่าทำไมผู้ป่วยหลายรายหน้าเดิมๆ ก็เลยคุยกับผู้ป่วย แล้วได้ทราบว่าเพราะเขามีปัญหาในชีวิตหลายประการ จนสุดท้ายก็ต้องกลับเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะๆ เรานึกในใจว่าหากแก้ปัญหาให้เขาได้ เขาคงไม่ต้องกลับมาเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ เช่นนี้แล้วในปี 2546 โรงพยาบาลที่เราทำงานมีโครงการพยาบาลเยี่ยมบ้านคนไข้ เพื่อไปดูแลคนไข้ที่นอนติดเตียงบ้าง และให้คำแนะนำด้านสาธารณสุขบ้าง แรกๆ ก็ผลัดเปลี่ยนกันไป แต่มาภายหลังเราคิดว่าถ้าหากเราขออาสาไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้านเป็นประจำจะดีกว่าไหม เพราะการที่เราได้เห็นปัญหาของคนไข้อย่างต่อเนื่องน่าจะทำให้เราทำงานได้ดีกว่าเปลี่ยนเวรกันออกไป ก็จึงขออนุญาตคุณหมอว่าเราขอออกไปดูแลคนไข้ตามบ้านโดยไม่ต้องเปลี่ยนเวรคุณหมออนุญาต ในช่วงนั้นเราไปเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะให้คนไข้ในตำบลต่างๆ 8 ตำบล คนไข้มี 12 คน ทำให้คนไข้ไม่ต้องเดินทางไปเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องดีเพราะทำให้ลดจำนวนคนไข้ในโรงพยาบาลลง แล้วที่สำคัญคือ คนไข้ไม่ต้องเสียเงินจ้างรถยนต์ให้นำไปส่งที่โรงพยาบาล เท่ากับประหยัดเงิน ประหยัดเวลาไปได้มาก เวลาไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน ก็ทำให้เราได้พบได้เห็นปัญหาอื่นๆ ของคนไข้ แล้วทำให้เราได้สนิทสนมกับคนไข้มากขึ้น ทำให้ช่วยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจคนไข้และญาติๆ ได้มากขึ้น มีเคสหนึ่งที่คนไข้ต้องไปโรงพยาบาลเดือนหนึ่ง 12 ครั้ง พอเราทราบเรื่องก็ขอไปดูคนไข้ที่บ้าน เพราะทุกครั้งที่คนไข้ไปโรงพยาบาลก็ต้องได้รับยานอนหลับ เพราะเขามีอาการเกร็งและชัก หลายครั้งต้องให้ออกซิเจน เมื่อเราไปที่บ้านคนไข้ได้พบว่าเขาอยู่กับพี่ๆ ที่พิการอีก 3 คน แม่ของเขาอายุ 70 กว่าปี บ้านเป็นเพิงกระต๊อบ คนไข้ยังมีลูกชายอีก 2 คน สามีเพิ่งตายเพราะถูกรถชน ต้องเอาลูกคนหนึ่งไปฝากญาติสามีเลี้ยงดู ที่สำคัญคือคนป่วยเป็นเสาหลักของบ้าน ต้องหาเงินเลี้ยงดูคนในบ้านทุกคน เราไปเยี่ยมเขาสัปดาห์ละสองวัน วันหนึ่งได้เห็นว่าแม่ของเขาต้มไข่ฟองหนึ่งแล้วแบ่งสี่ส่วนแล้วเอาไปใส่ในกะละมังที่มีข้าวสวยอยู่ แล้วเอาน้ำปลาเหยาะๆใส่กะละมัง เอามือขยำๆ ข้าวกับไข่ต้ม แล้วให้ลูกที่พิการกิน มีลูกคนหนึ่งกินเองไม่ได้ แกก็ต้องป้อนลูก เราเห็นว่าแกไม่กินข้าว จึงถามว่าทำไมยายไม่กินข้าวเล่า แกตอบว่าฉันต้องดูก่อนว่าลูกอิ่มไหม ถ้าลูกไม่อิ่มฉันก็ไม่กิน เพราะต้องให้ลูกกินก่อน ภาพวันนั้นติดตาเรามาตลอด พอกลับไปถึงโรงพยาบาลก็เล่าเรื่องให้หมอฟัง หมอบอกว่าก็ต้องช่วยกันไป เราก็เล่าเรื่องนี้ให้สามีฟัง สามีก็บอกว่าต้องช่วยเขา เราก็เลยซื้อข้าวสาร ไข่ นม และของกินไปให้เขา เพราะต้องการให้เขามีกินให้อิ่มก่อน แล้วก็ช่วยหาอาชีพให้เขา โดยไปรับผ้าโหลให้เขาเย็บ เราช่วยหาเงินซื้อจักรเย็บผ้าให้เขา พอเขาเริ่มมีรายได้ชีวิตของเขาและคนในครอบครัวก็ดีขึ้น นี่คือสิ่งที่เราพบเจอจากการไปเยี่ยมคนไข้ถึงบ้าน เราก็นำเรื่องนี้ไปหารือกับหมอและเพื่อนพยาบาลในโรงพยาบาลภาชี แล้วก็ร่วมกันทำโครงการ 1 ชีวิต 1 ตำบลคนภาชี เราช่วยกันให้หลายๆ เรื่องทั้งเรื่องสุขภาพอนามัย และเรื่องปากท้องของคนไข้ มีอยู่เคสหนึ่ง เป็นคนแก่ไร้ญาติ เขาบอกกับทีมทำงานของเราว่า คุณหมอ (เขาเรียกเราทุกคนว่าหมอ) ถ้าฉันตายคุณหมออย่าทิ้งฉันนะ แล้ววันหนึ่งเมื่อเขาตาย พวกเราก็จัดงานศพให้โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากคนในชุมชน และร้านขายโลงศพโดยลดราคาโลงให้เป็นพิเศษ
l ในทีมงานนั้นจะมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ด้านอื่นๆ ไปด้วยอีกไหมครับ
คุณเพ็ญลักขณา : มีค่ะ มีน้องพยาบาลที่ดูแลด้านสุขภาพจิตมีแพทย์ มีนักศึกษาแพทย์ และเภสัชกร คือการออกไปพบคนไข้ตามบ้านนั้นเราเป็นทีมสหวิชาชีพ เราจะรักษาและดูแลเขาให้ดีโดยไม่ต้องให้เขาไปที่โรงพยาบาล ยกเว้นเคสที่หนักจริงๆ ก็ต้องนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล การทำงานแบบนี้ต้องเน้นการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติให้เข้าใจกันเป็นอย่างดี ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นๆในชุมชนด้วย เช่น สมมุติว่าคนไข้ใกล้จะเสียชีวิต เราต้องไปนิมนต์พระไปเทศน์ให้คนป่วยฟัง เพื่อให้เขาเกิดความสบายใจก่อนจะหมดลม หรือถ้าไปพบเด็กที่อดอยากมากๆ ร่างกายซูบผอมมากๆ เราก็จะขอให้เขาพาเราไปดูที่บ้านว่ากินอยู่กับใคร อยู่กันอย่างไร บางครั้งเราพบว่าเด็กอยู่ในบ้านที่ไม่มีคนดูแล อาหารการกินก็ไม่มีพอ เราก็ต้องไปกราบเรียนพระเจ้าอาวาสในชุมชนเพื่อขออาหารไปให้เด็กและคนในครอบครัวกิน พระท่านก็มีเมตตาท่านรับปากว่าจะให้เด็กวัดนำอาหารไปให้กินทุกวัน จากนั้นเราก็ไปคุยกับครู เพื่อดูว่าเขาขาดเรียนบ่อยไหม ครูบอกว่าเขาเขียนหนังสือสวยมาก แต่เดือนหนึ่งไปเรียนแค่ไม่เกิน 4-5 วัน เพราะเขาต้องดูแลน้องๆ อีกสองคน เราตามไปดูที่บ้านเขาแล้วพบว่าเขามีชุดนักเรียนชุดเดียว ความเป็นอยู่เลวร้ายมาก ขาดแคลนไปทุกสิ่งอย่าง เราเห็นว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้เด็กผู้หญิงอาจถูกข่มขืนได้ ส่วนเด็กผู้ชายก็ถูกพ่อทำร้ายทุกวันตามเนื้อตัวมีแต่รอยและแผล เราพบว่าพ่อของเด็กเมาทุกวัน ทำร้ายลูกเป็นประจำ คุยกับพ่อเด็กก็ทราบว่าพ่อเด็กบอกไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูก จะเอาเด็กไปเลี้ยงต่อก็ยินดียกให้ เราจึงนำเด็กไปไว้ที่บ้านพักฉุกเฉิน เพื่อให้พ้นจากปัญหาเบื้องต้นก่อน
l ได้เห็นปัญหามากมาย ท้อแท้ไหมครับ
คุณเพ็ญลักขณา : ไม่ค่ะ ยิ่งเห็นปัญหาก็ยิ่งอยากช่วยให้เขาพ้นปัญหา ยิ่งมีพลังใจในการทำงาน ต้องหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้การเจอปัญหามากๆ เท่ากับเราได้เรียนรู้มากขึ้นทุกวัน และรู้ว่าแต่ละเคสมันต่างกัน ต้องแก้ด้วยวิธีต่างกันไป ทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตของคนไข้มากขึ้นทุกวัน ทำให้เราอดทน ขยันมากขึ้น เพราะต้องการช่วยเขาให้ได้
l การได้ออกไปเยี่ยมคนป่วยที่บ้าน มันไม่ใช่แค่เรื่องการรักษาโรค แต่ทว่าได้มีการดูจิตใจของคนป่วยด้วยใช่ไหมครับ
คุณเพ็ญลักขณา : ใช่ค่ะ มีเคสหนึ่ง เด็กเรียนเก่งมากขยันทำงานบ้าน ดูแลยายอย่างดี เด็กอยู่กับยายที่เป็นมะเร็งปอด แม่เด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ พ่อทิ้งเขาไว้กับยาย เราประเมินว่ายายน่าจะเสียชีวิตในเวลาไม่เกินสามเดือน เราได้คุยกับยาย ยายบอกว่าเป็นห่วงหลานมาก ถ้ายายตายไป หลานจะอยู่อย่างไร ยายยังอยากเจอหน้าลูกชายที่ไปทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสามปีแล้ว เราบอกยายว่าโทรศัพท์ไปบอกลูกชายแล้ว ลูกชายกำลังจะมาหา ขอให้ยายรอหน่อยนะ ยายบอกไม่ทันแล้ว เราก็บอกว่ายายทำใจดีๆ นึกถึงพระไว้นะ เราเอาเหรียญพระที่ติดอยู่ในกระเป๋าให้ยายกำไว้ในมือแล้วบอกยายว่าสวดมนต์ไว้นะยาย นึกถึงพระไว้ เห็นแสงสว่างแล้วให้ไปตามแสงนั้นนะยาย ท่องพุทโธไว้ตลอดนะยาย จากนั้นไม่นานยายก็หมดลม เราก็ช่วยกันนำศพยายไปที่วัดเสนา ไปกราบเรียนท่านเจ้าอาวาสว่าคนตายเป็นคนยากจนมาก พระท่านก็ช่วยอนุเคราะห์ทำงานศพให้โดยไม่คิดเงินคิดทองแต่อย่างใด
l การทำงานหนักแบบนี้ต้องอาศัยทั้งแรงกายแรงใจ และแรงสนับสนุนจากคนรอบข้างมากมายแค่ไหนครับ
คุณเพ็ญลักขณา : เราโชคดีที่ครอบครัวเข้าใจดีค่ะ สามีเป็นลมใต้ปีกตลอดเวลาค่ะ ลูกชายทั้ง 3 คนก็เข้าใจเราดี เวลาเราเจอปัญหาหนักๆ แล้วก็เจอคนอื่นๆ ที่ดี เขาให้ความช่วยเหลืออย่างดีเสมอมาก ช่วงหนึ่งเราเคยป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองลูกก็บวชทั้งสามคนก็บวชให้ 9 วัน แล้วเราก็พยายามรักษาตัวเองมาโดยตลอด จนปัจจุบันตรวจไม่พบมะเร็งแล้ว แต่ก็ยังต้องดูแลตัวเองให้ดีต่อไป เราอาจจะหายจากมะเร็งเพราะดูแลตัวเองดี มีกำลังใจดี และเราทำงานเพื่อคนอื่นๆ โดยไม่คิดถึงความเหนื่อยยากที่เกิดกับตัวของเรา แต่ที่สำคัญคือได้กำลังใจที่ดีมากจากสามี ลูก พ่อแม่ของเรา และของสามี และเรามีกัลยาณมิตรที่ให้กำลังใจเราตลอดเวลาเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีหัวหน้างานที่ดี สนับสนุนให้เราทำงานเพื่อคนยากคนไร้ตลอดเวลา เราเห็นว่าเพื่อนร่วมงานเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกับเรา เราอยู่ในบรรยากาศแห่งความรักและหวังดีต่อกันตลอดเวลา แล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากคนทั่วไปที่เห็นว่าเราตั้งใจทำงานเพื่อคนยากคนจนโดยแท้จริง บางคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เขาเห็นงานของเรา เขาก็ช่วยบริจาคให้เราเพื่อให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่น รถกระบะเล็กที่เราใช้ขับไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้าน เราก็ได้รับบริจาคมา
l ผู้ชมรายการและผู้อ่านหนังสือพิมพ์ฝากมาถามว่าต้องการการสนับสนุนสิ่งใดอีกบ้างครับ ยินดีจะช่วยบริจาคครับ
คุณเพ็ญลักขณา : ขอบคุณและอนุโมทนาบุญค่ะ คุณๆ สามารถบริจาคข้าวของเครื่องใช้ ของกินต่างๆ เช่น นม ข้าวสารผ้าออมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและคนแก่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงได้ผ้าอนามัย สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม รวมถึงขนมที่มีประโยชน์สำหรับเด็กๆ เสื้อผ้า รองเท้า ชุดนักเรียน เครื่องเขียนแบบเรียน ก็ยินดีรับค่ะ เวลาเรามอบของให้เด็กๆ เราจะบอกเขาว่า กินแล้วต้องเก็บขยะทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง ต้องขอบคุณผู้ที่มีใจกรุณามอบของให้เรา และขอเรียนว่าไม่จำเป็นต้องบริจาคผ่านตัวของดิฉันนะคะหากท่านผู้มีใจเมตตาสามารถนำของไปบริจาคที่โรงพยาบาลประจำตำบลได้ทุกแห่งค่ะ เพราะทุกแห่งมีคนยากคนคนรอรับความช่วยเหลือค่ะ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลตำบลก็ต้องออกไปเยี่ยมคนไข้ตามบ้านเช่นกันค่ะ นำขอไปบริจาคที่นั่นได้
l ทำงานด้านนี้มานานหลายปี ได้มุมมอง ได้บทเรียน ได้แง่คิด อะไรบ้างครับ
คุณเพ็ญลักขณา : อันดับแรกคือได้ประสบการณ์ที่ดีได้ช่วยเหลือผู้คน ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้บ้าง และได้รู้ว่าการที่เราจะทำดีกับคนอื่นๆ ได้ดีนั้น เราต้องทำดีกับตัวเราเองก่อน และต้องทำดีกับคนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวของเราก่อน เราต้องรู้ถึงความเป็นคนดีของตนเองให้ดีก่อน เราทุกคนเกิดมาแล้วต้องตายด้วยกันทั้งนั้น เราต้องทำความดีกับเพื่อนมนุษย์และเพื่อนร่วมโลกดิฉันทำโครงการเตรียมตัวตายด้วยใจอันสงบ เช่น โครงการอยู่อย่างสงบ จบชีวิตที่บ้าน เราเห็นว่าคนไข้ที่เสียชีวิตที่บ้านจะมีอาการสงบมากกว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เพราะได้อยู่กับคนที่เขารัก และคุ้นเคย สำหรับดิฉันเองนั้น เมื่อได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ดิฉันจะออกไปช่วยทันที ไปให้กำลังใจ ไปเพื่อบอกเขาว่าเขายังมีเพื่อนที่หวังดีกับเขา ตัวดิฉันเองทำงานนี้ก็เพราะต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้มีความอบอุ่นใจ เพื่อให้เขารับรู้ว่าโลกนี้ยังมีความเมตตา และความเอื้ออาทร
คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBTกดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี




