#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/639434

วันศุกร์ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.27 น.
หลังจากที่ นางภนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของดาราสาว แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ มาออกในรายการ โหนกระแส เมื่องช่วงบ่ายวันนี้ (4 มีนาคม 2565) โดยกโทษให้ ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ 100% เพราะตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ปอ ได้โทรศัพท์มาหาคุณแม่ อยากเจอคุณแม่ ขอโทษทุกอย่างที่ทำให้แตงโมเสียชีวิต โทรหาคุณแม่ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และยังร้องไห้ด้วยกัน และปอได้มาบอกว่าจะชดใช้ค่าปลงศพให้ตามที่เรียกร้อง ซึ่งตนเรียกร้องไปเบื้องต้น 30 ล้านบาท จนทำเอาวงการบันเทิงสะเทือนกันอีกครั้ง จนหลายคน อาทิ แทค ภรัณยู , เจนนิเฟอร์ คิ้ม , หนูแหม่ม สุริวิภา , ตั๊ก ศิริพร , อาร์ต พศุตม์ , ดีเจต้นหอม , แพท ณปภา ออกมาโพสต์แสดงความรู้สึกหอนกันเป็นแถวๆนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ให้อภัย30ล้าน!? คนบันเทิงเคลื่อนไหว’แทค’นำทีมขออาหารหมาด่วน!)
และเมื่อ หนุ่ม-กรรชัย ถามว่าแม่สนิทกับแตงโมไหม? ทางคุณแม่ ตอบว่า คุณแม่สนิทกับแตงโมมาก นิสัยลูกก็เหมือนแม่ครึ่งหนึ่ง เหมือนพ่อครึ่งหนึ่ง แต่นิสัยอ่อนโยนเหมือนแม่ ที่ข่าวบอกส่วนใหญ่สนิทกับพ่อมากกว่า คือเราไม่ได้ทิ้งกันเลย แต่ความเป็นผู้หญิงเราคุยกันตลอด คุยกันเรื่องลึกๆ
ล่าสุด ชาวโซเซียลได้ย้อนไปอ่านโพสต์ของ“คุณพ่อโสภณ” ซึ่งโพสต์ข้อความเล่าถึงชีวิตที่มีกันเพียงสองคนพ่อลูกไว้เมื่อปี 2558 ที่ระบุไว้ว่า….
“ครอบครัวที่มีกันสองคน ที่บอกว่าครอบครัวเรามีกันเพียงสองคนเพราะได้หย่ากับคุณแม่เขาตั้งแต่น้องโมมีอายุประมาณสามขวบ หลังจากนั้นสองคนพ่อลูกก็ตระเวนอาศัยเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่บ้าง เช่าทาวน์เฮาส์หลังรามอยู่บ้างตามประสาพ่อลูกลำพังสองคน ชีวิตที่ผ่านมา ทุลักทุเลพอสมควรด้วยคนเป็นพ่อต้องออกไปทำงานตามเวลาปกติกลับบ้านเย็นบ้างค่ำบ้างแล้วแต่งานในความรับผิดชอบจะแล้วเสร็จ ซึ่งแปลว่าระหว่างวันน้องโมต้องอยู่ให้ได้ด้วยตนเอง อาศัยเพื่อนบ้านมาเป็นเพื่อนบ้าง ไม่มีใครเป็นเพื่อนบ้าง ด้วยความรักที่มีให้แก่กันเกินร้อยเราก็ผ่านวันเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นมาได้ด้วยดีพอสมควร ด้วยสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าวผมมีความสามารกเลี้ยงลูกได้ดีเพียงแค่นี้ครับที่เหลือเป็นพระพรจากพระเจ้าที่ให้น้องโมแข็งแกร่งและเป็นเด็กมีความคิดดีจึงมีวันนี้ ที่เป็นแตงโม ภัทรธิดาที่ท่านทั้งหลายได้รู้จัก ก็โตจากเด็กที่ไม่เคยได้รับการถักเปียไปโรงเรียนจากคุณพ่อเพราะพ่อถักไม่เป็นจนทุกวันนี้”
“มารู้ทีหลัง ความจริงการเลี้ยงลูกที่ยังเล็กๆ อยู่โดยมีคุณพ่อเพียงคนเดียวในชีวิตเขาเป็นทุกอย่างของเขา เราจำเป็นจะต้องพูดความจริงกับเขาทุกอย่างโดยไม่มีปิดบังและต้องพยายามให้เขาเข้าใจ มีเหตุมีผลอย่างมากที่สุด การที่คุณพ่อต้องออกไปทำงานแต่เช้ากลับเย็นโดยไม่ได้อยู่กับเขาก็พยายามอธิบายให้ฟังว่าเราต้องออกไปทำงานเพื่อได้เงินเดือนมาเป็นค่าเล่าเรียนค่าขนมของเขาเป็นค่าเช่าบ้านที่ได้อาศัยอยู่กัน ซึ่งดูเหมือนเขาจะเข้าใจ เพิ่งมาทราบจากพี่เพื่อนบ้านที่แสนดีที่คอยมาเป็นเพื่อนเล่นคอยหาข้าวหาปลาให้น้องโมตอนคุณพ่อยังกลับไม่ถึงบ้านเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่า หลายครั้งทีเดียวในตอนเช้าที่คุณพ่อขับรถออกบ้านไปทำงาน น้องโมจะวิ่งร้องไห้ตามรถคุณพ่อไปจนถึงปากซอยต้องรีบวิ่งตามไปอุ้มกลับมาและไม่บอกให้คุณพ่อทราบเพราะกลัวจะไม่มีใจไปทำงาน เพิ่งมาเล่าให้ฟังเร็วๆ นี้ครับ…ชีวิตเรามีกันสองคนจริงๆ”

