สกู๊ปพิเศษ : จับตา..ระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง แก้ปัญหาอุทกภัยที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640201

สกู๊ปพิเศษ : จับตา..ระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง แก้ปัญหาอุทกภัยที่ยั่งยืน

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จังหวัดตรัง เป็นอีกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำเกือบทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่มีแม่น้ำตรังไหลผ่าน

แม่น้ำตรัง เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดตรังมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาด้านตะวันตกในเขตอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลผ่าน 5 อำเภอของจังหวัดตรัง ได้แก่ อำเภอรัษฎา อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ อำเภอเมือง และไหลลงทะเลอันดามันที่ปากน้ำ อำเภอกันตัง รวมระยะทางยาว 123 กิโลเมตร ดังนั้นหากเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำตรัง โดยเฉพาะในบริเวณต้นน้ำที่ป่าไม้ถูกทำลาย และไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ช่วยชะลอน้ำหลาก ทำให้มวลน้ำจำนวนมากจะไหลบ่าลงสู่แม่น้ำตรังทันที

จากสถิติน้ำหลากในรอบ 25 ปี พบว่า จะมีปริมาณน้ำเฉลี่ยถึง 1,400 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อ วินาที ในขณะที่ประสิทธิภาพการรับน้ำของแม่น้ำตรังรับได้เพียง 600 ลบ.ม.ต่อวินาทีเท่านั้น นอกจากนี้บางช่วงของแม่น้ำยังตื้นเขิน และมีการก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำอีกด้วย ดังนั้นในช่วงฤดูน้ำหลากจึงทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่ง เกิดอุทกภัยน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด

ในปี 2554 พระครูปัญญาวัชราภรณ์เจ้าอาวาสวัดนาเมืองเพชร ตำบลนาโต๊ะหมิงอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จึงได้มีลิขิตให้นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นและขุดคลองสายใหม่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลนาโต๊ะหมิง และตำบลหนองตรุด อำเภอเมืองตรัง ที่ประสบความเดือดร้อนภัยน้ำท่วมเป็นประจำ

กรมชลประทาน เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้พิจารณาทบทวนผลการศึกษาเดิมที่เคยศึกษาไว้ก่อนหน้านี้มาจัดทำแผนงานศึกษา “โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง” ขึ้นในปีงบประมาณ 2556 ต่อมาในปี 2557 กรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยเปิดประมูลให้บริษัทเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ก่อสร้างในปี 2559 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 แต่ปรากฏว่างานล่าช้ามากไม่เป็นไปตามแผน บริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลดำเนินงานได้แค่ 22% ของแผนงานเท่านั้น กรมชลประทานจึงได้บอกเลิกสัญญาแล้วมาเป็นงานดำเนินการเองในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ณ เดือนมีนาคม 2565 มีผลงานความก้าวหน้าสะสมกว่า 70%

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานจะเร่งรัดการก่อสร้าง โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรังดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 นี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม แม้การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้บางส่วนแล้ว

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2563 อิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้ รวมทั้งที่จังหวัดตรัง มีมวลน้ำจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำตรัง กรมชลประทานได้พิจารณาใช้คลองผันน้ำของโครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง ช่วยในการระบายน้ำ ทำให้อำเภอเมืองตรังรอดพ้นจากอุทกภัยมาได้แล้ว

ในฤดูฝนปี 2564-2565 เช่นเดียวกัน กรมชลประทานสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการรองรับภาวะวิกฤตหากมีปริมาณน้ำในแม่น้ำตรังเพิ่มสูงขึ้นจนอาจมีผลกระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง จะใช้คลองผันน้ำและประตูระบายน้ำของโครงการฯที่ดำเนินการแล้วเสร็จช่วยบริหารจัดการมวลน้ำ ซึ่งจะสามารถลดปัญหาน้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวตรังได้

โครงการระบบระบายน้ำแม่น้ำตรัง ประกอบด้วยงานสำคัญๆ คือ คลองผันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำตรัง ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง โดยก่อสร้างคลองผันน้ำความยาว 7.6 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านหนองตรุด กม.31+000 ของแม่น้ำตรัง ผ่านหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 ต.หนองตรุดหมู่ที่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง และหมู่ที่ 4 ต.บางรัก สิ้นสุดที่บ้านคลองช้าง หมู่ที่ 4 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง ความกว้างท้องคลอง 102 เมตร ลึก 4.5 เมตร สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับศักยภาพรับน้ำของแม่น้ำตรัง จะสามารถระบายน้ำไม่ให้ท่วมพื้นที่ได้

นอกจากนี้จะมีก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำบริเวณปากคลองผันน้ำเพื่อใช้ควบคุมและบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก และประตูระบายน้ำบริเวณปลายคลองผันน้ำ เพื่อใช้กักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้งรวมทั้งก่อสร้างอาคารประกอบและอื่นๆ บริเวณแนวคลองผันน้ำ ได้แก่ สะพานรถยนต์ จำนวน 6 แห่ง เพื่อเชื่อมต่อการคมนาคมระหว่าง 2 ฝั่งคลอง อาคารรับน้ำจำนวน 24 แห่ง ตลอดแนวคลองผันน้ำเพื่อรับน้ำจากที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ข้างเคียงลงสู่คลองผันน้ำ ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ ตลอดจนก่อสร้างถนนบนคันคลองทั้ง 2 ฝั่งเพื่อสาธารณประโยชน์ พร้อมจะมีการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายอีกด้วย

สำหรับประเด็นมูลดินที่เกิดจากงานขุดคลองผันน้ำ ส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในงานดินถมบดอัดแน่นบริเวณคันคลองผันน้ำและบางส่วนจะนำไปถมในที่สาธารณะประโยชน์ ที่เหลือกรมชลประทานก็ได้ดำเนินการขายทอดตลาดและนำเงินที่ได้คืนเป็นรายได้แผ่นดิน

“เมื่อโครงการฯ เสร็จสมบูรณ์ นอกจากช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ ตำบลหนองตรุด ตำบลนาโต๊ะหมิง และตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรังประมาณ 10,525 ไร่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว คลองผันน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้ 3.2ล้านลบ.ม. ไว้สำหรับการเกษตร การอุปโภคในฤดูแล้ง เป็นแหล่งน้ำดิบช่วยสนับสนุนการผลิตน้ำประปาประมาณ 1.74 ล้านลบ.ม.ต่อปี รวมถึงช่วยผลักดันน้ำเค็ม โดยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในฤดูฝน 10,000 ไร่ฤดูแล้ง 3,000 ไร่” อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย

Leave a comment