#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/640431

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เดินหน้าโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน ปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของโครงการฯ เน้นการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ตั้งเป้าหมายว่าเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2564 คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าโครงการประมาณ 884 คน โดยคัดเลือกเกษตรกรในโครงการจากทุกจังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และภาคีเครือข่าย 1,122 คนงบประมาณดำเนินการ 2.5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายเดิมกว่า 500 ราย มุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ ปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะพัฒนาต่อยอดแต่ละคลัสเตอร์ โดยใช้หัวขบวนแต่ละคลัสเตอร์เป็นหลักในการขับเคลื่อนด้านการตลาด ให้สามารถขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า ขยายตลาดในวงกว้าง ทั้งนี้ กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินการและรายงานทุก 2 เดือน เพื่อให้โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์
สำหรับการจัดอบรมนั้นมาจากผลสำรวจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่พบว่าเกษตรกรที่เข้าโครงการร้อยละ 77 ต้องการให้มีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านการวางแผนการผลิตและการเพิ่มช่องทางการตลาด ในปีสุดท้ายของโครงการนี้ การต่อยอดครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องจากเมื่อเริ่มต้นโครงการในปีแรก เป็นปีของการสร้างโอกาสในการกลับบ้านสร้างฐานด้านการเกษตร ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนา ให้ความรู้และวางแผนการผลิต ร่วมกับภาคีเครือข่าย ในปี 2565 คือการติดอาวุธทางปัญญาด้านการตลาด การจัดหาสินค้า การรวบรวมผลผลิต การออม การบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร เชื่อมั่นว่าเกษตรกรที่เข้าโครงการนี้จะสามารถยืนได้และมีความมั่นคงในชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการสร้างอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ชุมชนและที่สำคัญคือการทำให้สหกรณ์เป็นที่พึ่งของสมาชิกอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ สศก.และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ประเมินโครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ (ปี 2563-2564) จากการสำรวจเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 500 คน พบว่า 1.เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการลดการใช้สารเคมีหลังเข้าร่วมโครงการรวม 2,406,408 บาทต่อปี
2.เกษตรกรร้อยละ 77.02 มีความพึงพอใจต่อโครงการในด้านการประสานงานหลักสูตรอบรม รูปแบบการดำเนินการและวิทยากร 3.เกษตรกรร้อยละ 88.90 มีคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ที่ดีขึ้น หลังจากร่วมโครงการ โดยมีความเห็นว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะสุขภาพดี ลดความเครียด ความเสี่ยงเรื่องสารเคมีและมลพิษทางอากาศ เกิดความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรม และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ชุมชน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และ 4.เกษตรกรร้อยละ 99.40 มีการดำเนินการได้ตามแผนการผลิต มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร เฉลี่ยรายละ 8,954 บาทต่อเดือน