#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/641247

วันจันทร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.40 น.
วันที่ 14 มีนาคม 2565 ที่จังหวัดสระแก้ว นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนพิการ ตามโครงการปักหมุดเด็กพิการ ของศูนย์การศึกษาพิเศษ (สศศ.) ประจำจังหวัดสระแก้ว สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ จ.สระแก้ว มีเด็กพิการในความดูแล จำนวน 280 คน โดยจุดแรกเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 1473/1 ม.1 ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น เพื่อเยี่ยม น.ส.เมตตา หงษ์ร่อน อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนพิการทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว เข้ารับบริการทางการศึกษามาตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 รวม 6 ปี จากนั้นเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 58 ม.9 บ้านคลองหินปูน ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น เพื่อเยี่ยมเด็กชายชนนน โทนมี อายุ 4 ปี เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งเข้ารับบริการทางการศึกษาในปีการศึกษา 2561 รวม 3 ปี โดยทาง สศศ.ได้ส่งครูเข้าไปจัดแผนการศึกษาเฉพาะบุคคลพร้อมการฝึกกระตุ้นการพัฒนาการทางกล้ามเนื้อให้สมวัยกับผู้พิการ เพื่อให้ช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น
โดย นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตนมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงเด็กและการดูแลช่วยเหลือน้องๆอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานปักหมุดเด็กพิการ ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน และรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะจากครูและผู้ปกครอง ซึ่งจากการพูดคุย พบว่าเด็กได้รับการดูแลที่ดี มีแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล มีสื่อและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมการเรียนรู้เหมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท ซึ่งเป็นประโยชน์กับเด็ก ทำให้ได้รับการพัฒนาตามความเหมาะสมถูกหลักวิชาการและสุขอนามัย
“จากการที่ สศศ. ได้จัดครูมาช่วยดูแลให้การศึกษาแก่เด็กที่บ้าน พบว่า บุคลากรไม่เพียงพอต่อเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งครูพี่เลี้ยง 1 คน ต้องดูแลเด็กหลายคน และเด็กแต่ละคนก็มีความบกพร่องที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การดูแลเด็กกลุ่มนี้ขาดความต่อเนื่อง ซึ่ง ศธ. เข้าใจถึงปัญหาดังกล่าว ดังนั้น การสรรหาบุคลากรเข้ามาทำหน้าที่ในการดูแลเด็กกลุ่มนี้ จำเป็นต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจ และมีเมตตา และนอกจากการเพิ่มบุคลากรที่จะเข้าไปดูแลเด็กกลุ่มนี้แล้ว ศธ.จะสร้างความเข้าใจให้คำแนะนำกับผู้ปกครองทั้งด้านสุขอนามัย โภชนาการ และพัฒนาการที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองด้วย เพราะผู้ปกครองอยู่ใกล้ชิดกับเด็กตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี” รมว.ศธ. กล่าว


