#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/641602

วันพุธ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว “แอน” น.ส.ชนาพร ถึงปัดชา เด็กสาววัย 15 ปี คือเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา เพียงเพราะเธอต้องดูแลยายไปพร้อมกับการหารายได้เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและยาวจนไม่มีเวลาไปเรียนหนังสือ เธอถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยผู้จัดการรายกรณี (CM : Case manager) จากโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดขอนแก่น
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงพื้นที่จ่ายเบี้ยเลี้ยงยังชีพคนชราในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น หลังจากวันนั้นถึงวันนี้นับเป็นเวลา 1 ปีแล้วที่แอนได้รับการช่วยเหลือ โดยมีครูประจำชั้นที่เป็นอาสามาเป็น CM คอยดูแลช่วยประสานทีมสหวิชาชีพร่วมออกแบบการช่วยเหลือ ประสานกับทางผู้อำนวยการโรงเรียนโคกโพธิ์ไชยกระทั่งแอนได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาจากโครงการฯ และทุนการศึกษาจากภาคประชาสังคมซึ่งคาดเดาว่าน่าจะพอทำให้แอนประคับประคองตนเองให้เรียนจนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้สำเร็จ
หากวันนี้จะถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของแอน ล่าสุดว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลังได้รับการช่วยเหลือ ต้องบอกว่าวันนี้เธอเป็นนักเรียนโรงเรียนโคกโพธิ์ไชยศึกษา อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น แอนกำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.60 (เทอม 1) แม้การเรียนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะทำให้แอนเรียนได้ไม่เต็มที่นัก แต่เธอก็เชื่อว่าเกรดเฉลี่ยจะไม่ต่ำไปกว่า 3.50 แน่นอน เพราะอาชีพที่เธอตั้งใจใฝ่ฝันอยากยึดเป็นอาชีพหลักของเธอในวันนี้คือการเป็นครู
“ตอนแรกหนูอยากเป็นตำรวจ แต่ตอนนี้ต้องคิดใหม่เพราะความถนัดของหนูมันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือการเป็นครูนาฏศิลป์ เพราะรายได้เสริมของหนูคือ การเป็นนางรำตามแต่ลูกค้าจะจ้าง งานละ 300-400 บาท แม้จะไม่มีงานทุกเดือน แต่งานลักษณะนี้เป็นเหมือนการสร้างประสบการณ์และความมั่นใจให้หนูอยากที่จะเป็นครูนาฏศิลป์ ส่วนความคิดที่จะเป็นตำรวจคงต้องเอาไว้เป็นอันดับสอง เพราะเวลาในการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบเข้าตำรวจคงยาก” เด็กสาวระบุ
ทุกวันหลังเลิกเรียนแอนจะต้องกลับมาดูแลยายที่ชราภาพและแม่ที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช แอน เล่าต่อไปว่า ยายพอเดินได้ ส่วนแม่เพิ่งกลับมาอยู่ด้วยกันเพราะป่วย ยายมักจะทำร้ายตัวเอง ทำงานไม่ได้ต้องอยู่บ้านอย่างเดียว แต่แม่ไม่ชอบอยู่บ้าน แม่ชอบออกไปขอเงินหรือข้าวชาวบ้าน ซึ่งตนก็ไม่อยากให้แม่ทำอย่างนั้น วันไหนกลับมาไม่เจอก็ต้องออกตามหาตลอดเพราะเป็นห่วง
เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายแต่ละวัน เธอบอกว่าพออยู่ได้ไม่ถึงกับลำบากมากนักหากรู้จักประหยัดอดออมเธอบอกว่าแต่ละเดือนในครอบครัวซึ่งมีเพียงยายและแม่ จะมีรายได้จากเบี้ยชราภาพของคุณยาย 700 บาท และเบี้ยคนพิการของคุณแม่ 800 และมีเงินเดือนที่คุณพ่อส่งมาให้เดือนละ 1,000 บาท รวมเป็น 2,500 บาท ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการไปจ่ายค่าน้ำ-ไฟฟ้า รวมถึงค่าอาหาร แต่หากบางเดือนไม่พอก็จะไปเบิกเงินช่วยเหลือที่ กสศ.สนับสนุนไว้ รวมถึงทุนทรัพย์ที่ผู้ใหญ่ใจดีมอบให้มาใช้บ้าง
“ทุกครั้งที่แอนจะเบิกจ่ายจะต้องทำรายรับรายจ่ายทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานกับครูผู้ดูแลทุนนี้ให้ ซึ่งหนูคิดว่าเงินจำนวนนี้น่าจะเพียงพอส่งตัวเองเรียนจนจบ ม.6 และอาจจะถึงปริญญาตรีได้ถ้าถามว่าหนูอยากได้ความช่วยเหลืออะไรในตอนนี้ หนูคิดว่ายังไม่อยากได้อะไรค่ะ แต่ถ้าจบ ม.6 แล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเรื่องค่าสมัครสอบ ค่าเอกสารต่างๆ และค่าเดินทาง” แอน กล่าว
“ครูภาพ” อาภาชนัญ ขอนศักดิ์ ครูโรงเรียนโคกโพธิ์ไชยศึกษา และผู้จัดการรายกรณี กล่าวว่า หากน้องแอนไม่ได้เงินช่วยเหลือเมื่อปีที่แล้ว น้องแอนก็อาจจะหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ทางโรงเรียนก็พยายามจะหาทุนช่วยเหลือน้องตลอด อีกทั้งพยายามปรึกษากับทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เพื่อช่วยเหลือน้องแอน เพราะในครอบครัวของน้องไม่มีใครเลยที่จะช่วยหารายได้เข้ามาจุนเจือ นอกจากพ่อแต่ก็ไม่ได้เป็นจำนวนมากนัก
“ตอนนี้แอนคาดหวังว่า เธอจะได้รับโอกาสจากหน่วยงานหรือผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนให้เธอเรียนต่อจนจบปริญญาตรี เธอจึงมุ่งมั่นเรียนรู้ให้มากที่สุด ส่วนปัญหาการดูแลแม่และยายที่แอนกังวลใจอยู่อาจจะต้องหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อคลายภาระและข้อกังวลใจให้แอนได้เดินตามฝันที่ตั้งไว้เพื่อเป็นที่พึ่งของครอบครัวต่อไปในอนาคต”ครูภาพ ระบุ
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา