#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/641832

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อตรวจสอบและป้องกันการลอกเลียนวรรณกรรมผ่านระบบอักขราวิสุทธิ์ พัฒนากลไกมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาของประเทศ โดยมีการลงนามความร่วมมือระหว่าง รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.วรินธร สงคศิริที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมี รศ.ดร.วันชัย ตรียะประเสริฐผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ ดร.อลิสา คงทน รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และ ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ เปิดเผยว่าการลงนามความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ มจธ. และ สวทช. ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมของประเทศไทยโดยใช้ “โปรแกรมอักขราวิสุทธิ์” ที่พัฒนาขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมของบุคคลอื่น และถือเป็นโครงการนำร่อง (Sandbox)ในการพัฒนาระบบกลไกกำกับมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานชาติและวิชาชีพในระดับสถาบัน โดยเชื่อมต่อฐานข้อมูลงานวิจัยกับศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation IndexCentre : TCI) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จัดเก็บข้อมูลบทความวิชาการและวิจัยของไทย และในปีนี้บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ จะมีวาระครบ 60 ปีซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่เห็นความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ระดับประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อขยายฐานข้อมูลให้เป็นแหล่งอ้างอิงเพื่อการตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรม เป็นการพัฒนาต่อยอดไปสู่ความเป็นอักขราวิสุทธิ์ (พลัส) โดยมีฐานข้อมูลงานวิจัยกับ TCI เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ รวมถึงฐานข้อมูลสำคัญอื่นๆ อีกด้วย
ดร.วรินธร สงคศิริ ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้พัฒนาระบบฐานข้อมูล TCI ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ และสืบค้นบทความวิจัย รวมถึงการคำนวณและรายงานค่าดัชนีผลกระทบการอ้างอิงของบทความวิชาการ (Journal Impact Factors ; JIF) เพื่อประโยชน์ของนักวิจัยและนักวิชาการในการตีพิมพ์บทความวารสาร ฐานข้อมูล TCI เป็นฐานข้อมูลระดับชาติแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีการรวบรวมข้อมูลบทความวิชาการไว้มากที่สุด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนบ่มเพาะให้นิสิตนักศึกษา รวมถึงคณาจารย์และนักวิจัยใหม่ระดับอุดมศึกษาได้มีพื้นที่เผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยในก้าวแรก เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพไปสู่การนำผลงานไปเผยแพร่ในระดับวารสารระดับนานาชาติต่อไปในอนาคต