#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/641898

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมหารือแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสินค้าเกษตร ร่วมกับนายหวาง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ว่าต้องขอบคุณอัครราชทูตฯ ซึ่งมี 3 เรื่อง ที่สภาเกษตรกรฯต้องดำเนินการ คือเรื่องบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ซึ่งจะขอนัดหมาย รมว.เกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อเร่งรัดให้เกิดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันโดยเร็ว การพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อให้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เหมาะสมสำหรับการส่งออกและการประสานความร่วมมือระหว่างเกษตรกรไทยและจีน
ขณะที่ นายหวาง ลี่ผิง กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีนว่ามีความร่วมมือกันในระดับรัฐบาล และระดับองค์กร ซึ่งในปี 2564 การค้าขายสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับจีน มีมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปจีน มีมูลค่าถึง 12,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ตลาดจีนมีความต้องการสินค้าเกษตรจากประเทศไทยอย่างมาก ในปี 2564 การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีน เติบโตถึง 52% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย หากเพิ่มเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักก็จะทำให้สินค้าเกษตรของไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้นเช่นกัน
นายหวาง ลี่ผิง กล่าวถึงแนวทางเพื่อให้เกษตรกรไทยได้ผลิตผลผลิต ผลิตภัณฑ์ ได้ตรงตามความต้องการตลาดของประเทศจีน ได้แก่ 1.ทั้งสองฝ่ายควรดำเนินความร่วมมือกันตลอดกระบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การปลูก แปรรูป บรรจุหีบห่อ และจัดจำหน่าย 2.สภาเกษตรกรฯ ควรเข้ามามีบทบาทสำคัญด้านการประสานความร่วมมือให้กับเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทยเพื่อจัดแสดงสินค้าเกษตรไทยในเมืองใหญ่ๆ ของจีน และ 3.การจับมือกับบริษัทจากจีน ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าเกษตรไทยด้วยระบบออนไลน์