โครงการจิตอาสา ‘กำลังใจ พัชรธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/643194

โครงการจิตอาสา 'กำลังใจ พัชรธรรม'

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

โครงการจิตอาสา “กำลังใจ พัชรธรรม” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา , รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ , ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส , รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง สู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน , ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม , กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง , กรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทย” ให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สมัครใจอุปสมบทให้ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และทัศนคติที่ดี พร้อมที่จะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ และเป็นที่ยอมรับของสังคมภายหลังจากการลาสิกขาบท ในโครงการจิตอาสา “กำลังใจ พัชรธรรม” ตามพระราชดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดป่าอารยวังสาราม ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ถือเป็นพระกรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระกรุณาพระราชทานความห่วงใยแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในโครงการจิตอาสา “กำลังใจ พัชรธรรม” เพื่อเป็นการพัฒนาจิตสำนึกเสริมสร้างกล่อมเกลา เตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจก่อนเข้าอุปสมบทอย่างมีสติและพัฒนาปัญญาทางธรรมได้ มุ่งสร้างเสริมคนดีสู่สังคม และดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข ซึ่งความสำคัญของการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ให้สังคมและประเทศชาติมีการพัฒนาไปอย่างมั่นคงนั้น ต้องเสริมสร้างความรักความสามัคคีแก่ผู้คนในสังคม สร้างสรรค์สังคมให้มีความเป็นระเบียบแบบแผนที่ดีงาม มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ จากกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เกิดความเป็นธรรมในสังคม มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจไมตรีต่อกัน โดยประการสำคัญสูงสุดคือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีการดำรงตนด้วยความกล้าหาญชาญชัยทางจริยธรรม คือ มุ่งกระทำการในสิ่งที่แสดงออกในทางที่ถูกที่ควร ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ ความกล้านี้ไม่ใช่การอวดดี แต่เป็นการแสดงออกอย่างมีเหตุผล เพื่อความถูกต้อง รู้จักกาลเทศะ สิ่งใดควรมิควร ที่เราทุกคนจะต้องมุ่งมั่นกระทำให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้คนในสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนลูกหลานของเรา ซึ่งต่างจะต้องเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นอนาคตของชาติ เป็นคุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายที่งดงาม จึงถือเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนมีหน้าที่ต้องร่วมกันสร้างความตระหนักและวางแนวทางการครองตน ครองคน และครองงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม มีความยั่งยืนสืบไป

อนึ่ง การสร้างบุคลากรคุณภาพ คือ การเดินตามรอยพระยุคลบาทว่าด้วยเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำพาความเป็นสิริมงคลสู่ชีวิต ความซื่อสัตย์สุจริต ที่ถือเป็นหัวใจของการสร้างชาติ สร้างสังคม สร้างครอบครัว และความเป็นสุภาพชน ไม่เห่อเหิมลืมตัว ปราศจากปัญญาทางความคิด ที่ทำให้อยู่ไม่เป็นประการนี้ สังคมคงอยู่ได้ยากเต็มที”

Leave a comment