#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/644150

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.
วันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ จ.สงขลา ได้มีเรื่องราวที่กลายเป็นกระแสวิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคมโซเชียล เรื่องที่ทางโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาได้ออกประกาศแจ้งบุคคลพ้นสภาพการเป็นบุคคลากร
โดยให้ ครูแนะแนวได้พันสภาพพ้นสภาพจากการเป็นบุคคลกรของโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 การใดที่ครูแนะแนว ได้กระทำลงในนามส่วนตัวหรือกล่างอ้างถึงโรงเรียนภายหลังพ้นสภาพการเป็นบุคคลากรจักไม่มีผลผูกพันกับโรงเรียน ประกาศณวันที่ 25มีนาคม
จากประกาศดังกล่าวทำให้คนที่อ่านคิดว่า ครูแนะแนว ทำผิดร้ายแรงทำให้เกิดความเสียหายกับทางโรงเรียนเช่นยักยอกทรัพย์หรืออ้างชื่อไปแสวงหาผลประโยชน์
ซึ่งภายหลัง น.ส.อริสรา (ครูแนะแนว) ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องนี้สรุปความคือเป็นผลมาจากเธอไปสอบบรรจุข้าราชการครูได้อันดับ 1 ของ จ.สงขลา แต่ไปขัดกับประกาศของโรงเรียนที่บุคคลที่จะไปสอบข้าราชการ พนักงานข้าราชการ พนักงานเอกชนหากต้องไปสอบต้องลาออกก่อน โรงเรียนทราบเรื่องจึงเรียกให้ไปพบและเซ็นต์รับทราบในเอกสารประกาศผิดวินัยร้ายแรง เพราะทำผิดประกาศโรงเรียน
ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.อริสรา หรือครูหญิงมองว่าเธอเสียหายจากการที่โรงเรียนได้ประกาศให้พ้นสภาพเพราะทำให้สังคมเข้าใจผิด พร้อมกับได้หารือกับทนายความเพื่อเจราหาข้อยุติกับทางโรงเรียนให้ถอดประกาศออกและด้านกฏหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทนายพี่อาร์ม ซึ่งเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่รับมอบจาก ครูหญิง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้จะเข้าพบกับทางอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และเดินทาไปพบกับทางผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้เพื่อที่จะพูดคุยหาทางออกร่วมกันโดยเฉพาะการถอดประกาศนี้ออก ซึ่งเรื่องนี้ยอมความกันได้แต่ถ้าหากทางโรงเรียนยังยืนกรานในประกาศนี้ต่อไปก็คงจะดำเนินการในเรื่องของการฟ้องร้องกันทางกฏหมาย
ซึ่งปัญหาของเรื่องนี้เป็นผลมาจากประกาศของโรงเรียนซึ่งครูหญิงมีสัญญากับโรงเรียนเมื่อ ปี 62 เป็นเวลา 3 ปี และจะหมดลงในเดือนเมษายนนี้ กล่าวคือประกาศของโรงเรียนออกมาว่าบุคคลที่จะไปสอบข้าราชการพนักงานข้าราชการหรือพนักงานเอกชนหากต้องการไปสอบจะต้องลาออกก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อ หากไม่ลาออกเป็นเหตุให้โรงเรียนสามารถเลิกจ้างได้
ซึ่งมองว่าประกาศนี้ไปยุติธรรมเป็นการบังคับไม่ให้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง
ทั้งที่เรื่องนี้หากมองในแง่ดีก็จะสะท้อนให้เห็นว่าการที่ครูไปสอบบรรจุได้อันดับ 1 โรงเรียนมีบุคคลากรที่ดีมีครูที่ดีสอนอยู่ในโรงเรียนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการต้นสังกัดโรงเรียนเอกชนด้วยเพื่อให้มีการแก้ไขระเบียบเพราะเป็นเหมือนกับสัญญาทาส
