#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/644860

วันพฤหัสบดี ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.20 น.
หลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 1) รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565 ณ ค่ายพระรามหก พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ
เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2565 เวลา 08.00 นาฬิกา หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง สู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน, ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง, กรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ วุฒิสภา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการพัฒนาประเทศ” ให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 1) รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565 จัดโดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 1 ค่ายพระรามหก ภายในบริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 ถือเป็นบุคคลที่มีความตั้งใจและได้รับโอกาสพิเศษในการเข้ามาศึกษาเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งในภาควิชาการและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้นเพื่อฝึกฝนพัฒนาจิตใจและร่างกายให้มีความเข้มแข็ง รู้จักพึ่งตนเอง และสามารถเป็นที่พึ่งให้กับสังคมโดยรวม ซึ่งถือเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การรวมความสมัครสมานสามัคคีของคนไทยทุกคนในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อพัฒนาพื้นที่ในชุมชนต่าง ๆ ให้มีความเจริญ และเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างถาวร โดยพื้นฐานสำคัญคือ การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณแผ่นดิน ซื่อสัตย์สุจริต อดทน เสียสละ มีความพอเพียง และมีความเพียรเป็นเครื่องกำกับควบคุมจิตใจและร่างกายให้ก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรู้รักสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ อันจะกลายเป็นพลังของแผ่นดินที่ทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย และสร้างเสริมให้ประชาชนมีความรู้รักสามัคคี มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความร่มเย็นเป็นสุข และประเทศชาติมีความวิวัฒนาสถาพรสืบไป”



