#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/645983

วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ตั้งแต่การเริ่มระบาดของโควิดเกิดได้ไม่นาน มีนักคาดสถานการณ์สังคมออกมากล่าวให้สังคมรับรู้ว่าแม้การระบาดของโควิดจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าพฤติกรรมของสังคมมันก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป จะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกด้วย แต่มันยังใช้ต่อไปซึ่งอาจจะนานและยืดยาว จนอาจจะกลายเป็นวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ไปเลยก็ได้
วันนี้ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพล คุณปลื้ม และปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรก็ให้ความสำคัญกับงานทางด้านวัฒนธรรมอย่างจริงจังทีเดียว เพราะคงตระหนักดีว่าวัฒนธรรมเป็นได้ทั้งผู้สร้างและทำลายสังคมโลกได้ทีเดียวถ้าไม่ตระหนักนึกเพื่อการป้องกันและรักษาส่งเสริม
วัฒนธรรมยุคโควิดฟีเวอร์ ผิดกับแต่ก่อน เพราะมันจะเกิดง่าย แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ตายง่ายด้วยเช่นกัน
เมื่อวัฒนธรรมเกิดง่าย สิ่งแปลกปลอมที่ไม่ดีงามเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของสังคมมนุษย์ก็จะเปราะบาง ดังนั้นงานวัฒนธรรมในยุคนี้จึงต้องใช้ทั้งฝีมือทั้งการรักษา ต่อต้าน สร้างสรรค์ ด้วยความพิถีพิถัน ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้มีหน้าที่ในการบริหารประเทศเท่านั้นที่จะตระหนัก ภาคสังคมต้องร่วมมือและเห็นพ้องไปกับภาครัฐด้วย พูดไปพูดมาทำให้เห็นว่าการรักษาวัฒนธรรม น่ากลัวยิ่งกว่าการระบาดของโควิดหลายร้อยหลายพันเท่า
ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้นที่ความกังวลของสังคมจะเป็นห่วงในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม เท่าที่ติดตามข่าวจากสื่อมวลชนต่างๆ หากสังเกตให้ดีๆ แล้วจะพบว่าคอลัมน์นิสต์เกือบจะทุกแห่งมักจะคอยกระตุ้นให้สังคมคิดอะไรก่อนทำเสมอ เพราะเกรงว่าเมื่อกระแสของความนิยมในสังคมมันแปรเปลี่ยนไปจนกลายเป็นวัฒนธรรมแล้ว วันนั้นการแก้ไขจะทำได้ลำบาก
ด้วยเหตุนี้เอง เรา ท่านพบเห็นอะไรในสังคมไทย ช่วยกันคิดเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมไทยที่ดีกันดีกว่า ความวิตกกังวลที่คนโบราณกลัวว่า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ มันจะได้ไม่เกิดขึ้น