#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/646002

วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบพร้อมกับจะมีคนในวัยทำงานอีกเป็นจำนวนมาก กลายเป็นผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจะดีแค่ไหนถ้าไม่ว่าโครงสร้างสังคมจะเปลี่ยนไปตัวเลขอายุจะขยับไปมากเท่าไหร่แต่เรายังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมวัยพร้อมใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างมีความสุขเพียงแค่เริ่มดูแลตนเองให้สตรองตั้งแต่วัยทำงานอย่างจริงจัง วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆในการดูแลสุขภาพสำหรับวัยทำงานจากงานประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติครั้งที่ 15 มาแบ่งปันกัน
ดร.สุพิชชา วงค์จันทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย เปิดเผยว่า“ปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย หรือ โรค NCDsมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราการตายด้วยโรคนี้สูงถึง 75% หรือราว 3.2 แสนคนต่อปี ซึ่งถ้าหากไม่มีการป้องกันตั้งแต่วันนี้จะทำให้จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนวัยทำงานที่มีภาระเยอะที่สุดและต้องรับผิดชอบคนทุกวัยในครอบครัว ดังนั้นถ้าวัยทำงานยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ก็จะเป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรงไม่ได้”
ดังนั้นคนวัยทำงานควรหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐานของตัวเองอาจเริ่มทีละน้อย แต่ทำให้ต่อเนื่อง เช่น การสร้างพฤติกรรม 3อ. 2ส. ดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ รวมถึงลดและงดการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ควรรับประทานผักให้ได้มากกว่า 5 ทัพพีต่อวัน ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มจนเกินไปรับประทานอาหารเช้าให้สม่ำเสมอลดความเร่งรีบในมื้อกลางวัน ลดปริมาณอาหารมื้อเย็นและหลีกเลี่ยงอาหารว่างที่ไม่มีประโยชน์ ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่จะนำไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ ได้
ดร.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ ชี้ว่า “นอกจากการหมั่นออกกำลังกายและเลี่ยงการกินอาหารที่ไม่เหมาะสมแล้ว คนวัยทำงานควรระวังเรื่องความเครียด เพราะความเครียดจะทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หลั่งและอยากกินอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารรสหวานและมัน ซึ่งอาจเกิดการสะสมไขมันในช่องท้อง อ้วนลงพุง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ได้ง่ายขึ้นคนวัยทำงานจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุด้วยสุขภาพกายที่แข็งแรงไปพร้อมๆ กับการสร้างสุขภาพจิตใจที่สดชื่นแจ่มใสเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการดูแลครอบครัว”
นางกนกทิพย์ ปริญญานุสสรณ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือด้านโภชนาการและสุขภาพบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เราเข้าใจถึงความท้าทายของคนวัยทำงาน และเห็นความสำคัญของคนกลุ่มนี้ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนในการสร้างสังคมสูงวัยที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในอนาคต เราจึงมุ่งมั่นและร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน อาทิ ภาครัฐ นักวิชาการ ธุรกิจเพื่อสังคมเพื่อรวมพลังกันสร้างสรรค์องค์ความรู้และกิจกรรมต่างๆ ที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้
“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้วิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป จนอาจทำให้ละเลยการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจเนสท์เล่จึงจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้าน 3อ.ที่เข้าใจง่ายและปฏิบัติได้แนะนำเคล็ดลับสุขภาพดีแบบองค์รวม รวมทั้งจัดทำแบบทดสอบการเช็คอายุร่างกาย(https://bit.ly/3G08D5G)เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมให้คนวัยทำงานดูแลสุขภาพเพื่อสร้างสมดุลกายใจด้วยวิธีง่ายๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองและทำให้สม่ำเสมอ เพื่อก้าวผ่านความท้าทายที่เกิดขึ้นทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เตรียมพร้อมในการเข้าสู่ช่วงอายุที่มากขึ้นอย่างแข็งแรงในอนาคต”
ทั้งนี้ เนสท์เล่แนะเคล็ดลับ 3อ.อย่างง่าย เหมาะกับวัยทำงาน ลองเริ่มต้นกลับมาดูแลพื้นฐานสามอย่างคือ 3อ.อาหาร ออกกำลังและอารมณ์ที่ได้ยินกันจนชิน แต่อาจละเลยไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร
l อ.อาหาร ควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ และครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง โดยสามารถดูไอเดียเมนูสร้างสรรค์เพื่อกินผักผลไม้ให้มากขึ้นได้ที่ https://www.nestle.co.th/th/nhw อีกทั้งควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือประมาณ 1.5 ลิตรเพื่อคืนความสดชื่น ให้สมองตื่นตัว ช่วยรักษาสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย วัยทำงานเป็นวัยที่ชีวิตประจำวันเร่งรีบ การมองหา “สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” บนฉลากของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาและสะดวกต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่มีโภชนาการที่ดีกว่า คือมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
l อ.ออกกำลังกาย พักคลายกล้ามเนื้อ ยืดเหยียด คอ หลังไหล่ มือ หรือลุกขึ้นขยับตัวทุกๆ 1 ชั่วโมง และเพิ่มการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรีที่ได้รับ ช่วยควบคุมน้ำหนักให้คงที่
l อ.อารมณ์ ทำอารมณ์ให้สดใส ยิ้มแย้มพร้อมตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวัน ควรจัดสรรเวลาเบรกงาน เพื่อพักสมอง โดยอาจฟังเพลงเบาๆ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ช่วยให้อารมณ์แจ่มใส ไม่เกิดภาวะเครียดสะสม การนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็ช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งและอารมณ์ดีได้
นายธนากร พรหมยศ ผู้ก่อตั้งธุรกิจเพื่อสังคม “ยังแฮปปี้”(YoungHappy) คอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงอายุเปิดเผยว่า “หลายๆบ้านอาจมีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจของคนต่างวัย วิธีแก้ปัญหาคือให้เราลองคิดว่าตัวเองเป็นพ่อหรือแม่ที่อายุมากแล้วจินตนาการว่าเริ่มเดินช้าลง ทำอะไรลำบากมากขึ้น หรือหลงๆลืมๆ และจะเข้าใจได้ว่าตอนนี้ผู้สูงวัยเองกำลังเจอเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ดังนั้นการจะทำให้ผู้สูงวัยรับฟังหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง จำเป็นจะต้องสร้างกุศโลบายทำให้ผู้สูงวัยเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหากิจกรรมทำร่วมกัน หาพื้นที่ให้เขาเรียนรู้เรื่องราวสิ่งใหม่ ได้เจอกับคนรุ่นใหม่ และได้มีสังคมของตัวเองบ้าง เพราะผู้สูงวัยบางส่วนมักไม่เชื่อคนในครอบครัว แต่จะเชื่อคนอื่นที่เขาได้พบเจอมากกว่า”

