#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/647377

วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และหลีกเลี่ยงไปในที่เสี่ยงต่างๆ ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมากและขอให้กลุ่มเสี่ยง 608 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รีบไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นโดยเร็ว
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะญาติพี่น้องจำนวนมากประกอบกับในช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องจึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ Self Clean Up และUniversal Prevention เพื่อให้ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์
สำหรับมาตรการเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง Self Clean Up ปลอดเชื้อโควิด-19 ดังนี้ 1.ขอให้บุตรหลานพาพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ โดยฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ไปฉีดวัคซีน
หากได้รับวัคซีนครบโดสแล้วให้ไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น สามารถฉีดได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมตรวจเช็คตนเองหากมีความเสี่ยงให้รีบตรวจ ATK 2.ให้ปฏิบัติตามมาตรการUniversal Prevention เน้นการสวมหน้ากาก 100% เว้นระยะห่างล้างมือบ่อยๆ อย่าใช้มือสัมผัสใบหน้า 3.หลังกลับจากสงกรานต์ ให้สังเกตอาการตนเอง 7 วัน ตรวจ ATK เมื่อมีอาการสงสัยติดเชื้อ และ WFH ตามความเหมาะสม ทั้งนี้สถานที่จัดกิจกรรมสามารถจัดกิจกรรมตามประเพณีได้ เช่น การรดน้ำดำหัว หรือสรงน้ำพระ โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด จัดกิจกรรมในที่โล่งและงดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีผู้เดินทางจำนวนมากและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะปฏิบัติตามกฎจราจรและกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ3 ม. ได้แก่ ไม่เมา สวมหมวก ใส่แมส ร่วมกับมาตรการเกราะป้องกัน 3 ด่าน ได้แก่ ด่านตนเอง ควรตระหนักหากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรขับรถ ด่านครอบครัว ตักเตือนและป้องกันไม่ให้คนในครอบครัวดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และด่านชุมชน คัดกรองและประเมินคนเมาที่ขับขี่ โดยเน้นที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนสายรอง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและป้องกันอุบัติเหตุทางถนน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422