วช.หนุนนักวิจัยม.บูรพาพัฒนาโปรแกรมเสมือนจริงพัฒนาสมองผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/649060

วช.หนุนนักวิจัยม.บูรพาพัฒนาโปรแกรมเสมือนจริงพัฒนาสมองผู้สูงอายุ

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ขณะเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนนักวิจัย มหาวิทยาลัยบูรพา พัฒนาโปรแกรมความเป็นเสมือนจริงสำหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองผู้สูงอายุ ชี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพพัฒนาสมองได้จริง เตรียมต่อยอดเป็นนวัตกรรมแบบยั่งยืนรองรับสังคมผู้สูงอายุ

รศ.ดร.ภัทราวดี มากมี คณบดีวิทยาลัยวิทยาการวิจัยและวิทยาการปัญญา มหาวิทยาลัยบูรพา หัวหน้าโครงการ “การพัฒนาโปรแกรมความเป็นเสมือนจริงสำหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองผู้สูงอายุ” เปิดเผยว่าประเทศไทยได้ก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ข้อมูลจากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย ได้มีการสำรวจจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยประจำปี2563 พบว่า มีประชากรรวม 66.5ล้านคน ผู้สูงอายุราว 12 ล้านคน หรือ 18% ของประชากรทั้งหมด การที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อาจเป็นไปได้ที่อัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุไทยจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมีการประมาณการจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยที่มีภาวะสมองเสื่อม จะเท่ากับ 900,000 คนเลยทีเดียว

รองศาสตราจารย์ ดร. ภัทราวดี  มากมี

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏการนำเอาเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนมาส่งเสริมและพัฒนาหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุ โดยได้ร่วมมือกับผู้ร่วมวิจัย อาจารย์ ดร.พีร วงศ์อุปราช ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ พัฒนาโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นที่สำคัญของประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2563 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) งานวิจัยดังกล่าวเป็นการพัฒนาโปรแกรมความเป็นจริงเสมือน โดยบูรณาการทฤษฎีความจำขณะคิดเกี่ยวกับภาพและมิติสัมพันธ์(โปรแกรม Spatial Working Memory)ร่วมกับทฤษฎีการปรับตัวด้านการเคลื่อนไหวและจำภาพ (โปรแกรม Motor Adaptation) สำหรับการเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการสมองในผู้สูงอายุ

การทำงานของโปรแกรมเริ่มตั้งแต่ 1.การรับรู้รับสัมผัสการมองเห็นภาพและได้ยินเสียง โดยผู้สูงอายุรับรู้และสัมผัสสภาพแวดล้อมเสมือนจริงจากการจำลองผ่านระบบความเป็นจริงเสมือน 2.การประมวลผลการรับรู้ 3.เริ่มต้นวางแผนทำกิจกรรม 4.การเคลื่อนไหวร่างกายตามที่กำหนด 5.ลงมือทำกิจกรรม และ 6.การเรียนรู้ซ้ำ ปรับปรุงและย้อนกลับ ทั้งนี้ มีการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยใช้ Unity 3D ร่วมกับ Google Cardboard และโปรแกรมMAYA จำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงเพื่อให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกเสมือนจริงของการเข้าร่วมอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้มีอยู่จริง ที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังใช้อุปกรณ์ในการทำงานเสมือนจริงเข้ามาช่วยคือ จอภาพสวมศีรษะ ซึ่งจะทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และจอยสติกส์โดยจะมี 3 ห้องกิจกรรม คือ ห้องครัวเสมือนจริง (Virtual Reality Kitchen:VRK) ห้องนอนเสมือนจริง (VirtualReality Bedroom: VRB) และสวนหย่อมเสมือนจริง (Virtual Reality Garden : VRG)

อาจารย์ดร.พีร วงศ์อุปราช

จากการนำโปรแกรมดังกล่าวไปทดลองใช้งานจริงกับผู้สูงอายุ พบว่า ความสามารถทั้งสามด้านของหน้าที่การบริหารจัดการสมองเพิ่มขึ้นทุกด้านในกลุ่มทดลองหลังฝึก ทั้งความยับยั้งชั่งใจ การปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม

สำหรับจุดเด่นของงานวิจัย เป็นการผสานจุดเด่นของความเป็นจริงเสมือนในเรื่องการพัฒนาการบริหารจัดการสมองผ่านกิจกรรมต่างๆ และความเป็นจริงเสริมที่เหมือนจริง รวมถึงการกระตุ้นสมองร่วมกับการฝึกควบคุมกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังเป็นการบูรณาการศาสตร์ทางจิตวิทยา วิทยาการปัญญา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการแพทย์และบูรณาการระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณประเภท การวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบ Pretest-Posttest Control Group Design และยังเป็นงานวิจัยเชิงลึกที่มุ่งเพิ่มตัวแปรสำคัญที่พบว่า สามารถป้องกันหรือชะลอภาวะสมองเสื่อมได้ทั้งการบริหารจัดการสมองและความจำ จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อมที่ต้องการพัฒนาหน้าที่การบริหารจัดการสมอง ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะได้ออกแบบห้องการเรียนรู้เสมือนจริงโดยอยู่ที่บ้านก็สามารถฝึกได้

ส่วนการพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคตนั้น จะมีการนำโปรแกรมไปต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมผู้สูงวัย โดยเน้นเป็นนวัตกรรมแบบยั่งยืน หรือบูรณาการร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยสามารถนำไปเพิ่มหน้าที่การบริหารจัดการของสมองในส่วนของความใส่ใจ ความจำขณะคิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการวางแผนได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติมกับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม กลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยอื่นๆ เป็นต้น

Leave a comment