#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/650487

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
กรณ์ จาติกวณิช และ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรร่วมในงานเสวนา
บริษัท เอ็ดดูเคชั่น อีซี่ ไทยแลนด์ จํากัด (Edsy) ร่วมกับ สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และพันธมิตรภาคการศึกษา อาทิ โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ และ theAsianparent เล็งเห็นถึงความสำคัญในการวางแผนการศึกษาและพัฒนาทักษะของนักเรียนสำหรับอนาคต จัดเสวนาในหัวข้อ “เตรียมพร้อมเด็กไทยในวันที่โลกเปลี่ยน” ณ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้ปกครอง ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญ ในการเตรียมเด็กไทยให้พร้อมสำหรับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปในงานได้รับความสนใจจากผู้ปกครองมาเข้าร่วมเสวนา ซึ่งการเสวนาภายในงานประกอบด้วย 3 ช่วงหลัก ได้แก่ “เตรียมพร้อมเด็กไทยให้เป็น Global Citizen” โดย กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าและที่ปรึกษาอาวุโสของ Edsy และ กอบกาญจน์วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ และอดีต รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินการเสวนาโดย ก้อง-อรรฆรัตน์นิติพน พิธีกรรายการ อายุน้อยร้อยล้าน
การผลักดันให้เด็กไทยเติบโตเป็น Global Citizen หรือพลเมืองโลกได้นั้น กอบกาญจน์วัฒนวรางกูร ให้ความเห็นว่าสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการเปลี่ยน Mindset ให้พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ รับรู้ความเป็นไปของเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งการเปลี่ยน Mindset นั้นจะทำให้เรากลายเป็นคนที่พร้อมทำความเข้าใจ และยอมรับความแตกต่างที่หลากหลายของคนอื่นได้ พร้อมกันนั้นเองก็ได้ทำให้เราได้รู้จักข้อดี-ข้อด้อยของตนเองเหมือนได้ทั้งรู้เขาและรู้เราและนำข้อดีของคนอื่นกลับมาพัฒนาตนเองหรือประเทศของตนได้
.jpg)
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา
กรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่าทักษะทางภาษาเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนต่างพื้นเพกันทำความเข้าใจและยอม รับความแตกต่างกันได้มากขึ้น ซึ่งการเข้าใจวัฒนธรรมหรือความเป็นตัวตนของคนอื่นนั้นไม่ได้อาศัยแค่การแปลภาษาโดยใช้เครื่องมือช่วยเหลือแต่ต้องเรียนรู้ถึงบริบทต่างๆ ของการใช้ภาษานั้นๆ ซึ่งการรู้ภาษาด้วยตนเองก็มีส่วนให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆ ได้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยคุณกรณ์ได้ย้ำว่าภาษาคือโอกาสในการเรียนรู้ หากว่าไม่สามารถเข้าใจหรือศึกษาเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษได้ก็เท่ากับเป็นการลดโอกาสในการเรียนรู้ลงไปเทียบกับคนที่รู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีตัวเลือกในการค้นหาและเรียนรู้ที่มากกว่า สามารถเลือกได้ว่าจะสนใจหรือศึกษาสิ่งใด และตามมาด้วยโอกาสอื่นๆ ที่มากกว่า
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท LINE ประเทศไทย มองว่าการมาถึงของเทคโนโลยีทำให้การเรียนแบบเก่าๆ ที่เน้นการท่องจำไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป หลักสูตรหลายอย่างก็อาจจะล้าสมัยไปในเวลาอันใกล้ ใบปริญญาเองก็เช่นกันดังนั้นการวางแผนการศึกษาให้ลูกแบบชัดเจนอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่การช่วยให้ลูกค้นพบความชอบของตนเอง และเสริมสร้างพัฒนาทักษะอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เช่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์ ทักษะในการใช้เทคโนโลยีและรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างเหมาะสม รู้แหล่งในการสืบค้นข้อมูลสามารถแยกแยะข้อมูลที่เชื่อถือได้และไม่ได้ รวมถึงทักษะการเอาตัวรอดอื่นๆ เช่น ความสามารถที่จะรู้ว่าอะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นต่อชีวิต จะได้หาจุดสมดุลในชีวิตได้ เน้นสร้างทักษะจำเป็นสำหรับโลกอนาคต
.jpg)
พริษฐ์ เที่ยงธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง Edsy
ในส่วนของสถาบันการศึกษา นอกจากการมอบความรู้พื้นฐานแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการปลูกฝังด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมสร้างให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากสิ่งที่สนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อมฤต เจริญพันธ์ ในฐานะที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ (VERSO International School) มองว่าความสามารถในการเข้าใจกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ ตั้งแต่ตอนเด็กจะทำให้ได้เปรียบผู้อื่นเป็นอย่างมาก ดังนั้น สถาบันการศึกษาต้องทำงานเป็นทีมร่วมกับครอบครัว และเมื่อต้องเลือกโรงเรียน พ่อแม่ควรพิจารณาว่าโรงเรียนไหนจะสามารถช่วยขับเคลื่อนให้เด็กๆ สามารถเดินทางไปในทิศทางที่พ่อแม่ต้องการสนับสนุนได้ดีที่สุด

อมฤต เจริญพันธ์
