#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/654025

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.
รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2565 ว่า ที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากในปี 2561 ที่มีนโยบายยกเลิกการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินและสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยคนสูบบุหรี่ให้เลิกสูบ ผลที่ตามมาคือ พบเยาวชนนิวซีแลนด์ติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นจากการสำรวจล่าสุด พบว่า 1 ใน 5 ของนักเรียนชั้นมัธยมของนิวซีแลนด์ติดบุหรี่ไฟฟ้า และความชุกของเยาวชนที่ต้องสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.8 เป็นร้อยละ 9.6 หรือกว่า 5 เท่า
ที่สำคัญคือกว่าร้อยละ 80 ของเด็กมัธยมที่เคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อนซึ่งสถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่แพทย์ในนิวซีแลนด์แสดงความเป็นห่วงเพราะประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยโดยแท้จริงแล้วบุหรี่ไฟฟ้าคือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ธุรกิจบุหรี่ต้องการให้มาแทนบุหรี่ธรรมดา ที่น่าห่วงที่สุดคือการเสพติดนิโคตินในกลุ่มเยาวชนที่สมองยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ฤทธิ์ของนิโคตินส่งผลเสียมากมายต่อสมองของเยาวชนทั้งเรื่องการเรียน ความจำ
และยังพบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในเยาวชน ส่วนผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวของบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ถูกยกย่องว่ามีมาตรการควบคุมยาสูบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง จากการประเมินขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า นิวซีแลนด์ได้คะแนนเต็มทุกเรื่องทั้งการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การห้ามโฆษณายาสูบ บริการเลิกบุหรี่ และระบบภาษียาสูบ ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้วยังห่างไกลและไทยยังต้องพัฒนาประสิทธิภาพของการควบคุมยาสูบอีกมาก
“นิวซีแลนด์มีมาตรการควบคุมยาสูบดีขนาดนี้ หลังจากยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ยังทำให้บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนักในเยาวชนขนาดนี้ แล้วประเทศไทยที่การควบคุมยาสูบยังไม่ดีเท่า จะเป็นอย่างไร จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่า การพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ควรต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และพิจารณาบริบทของประเทศไทยเป็นสำคัญ” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว
