#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/655666

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
“ปลายปี 2563 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขับเคลื่อนเรื่องสมัชชาสุขภาพ กทม.เป็นครั้งแรก ภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร เห็นตรงกันว่า การจัดการหาบเร่แผงลอยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งสุขภาวะเพื่อทุกคน กำหนดเป้าหมายว่าใน 5 ปีข้างหน้า การจัดการหาบเร่แผงลอยในทุกพื้นที่จะดำเนินการโดยใช้แนวทางการบริหารจัดการระดับพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน คณะกรรมการติดตามการขับเคลื่อนมติที่เราก็นั่งอยู่ด้วย ขอให้ทำแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ในแง่การบริหารจัดการหาบเร่แผงลอยในพื้นที่ แต่ต้องพักไว้ก่อน รอเลือกตั้งแล้วค่อยเคลื่อนต่อ
มันจะเป็น Sandbox ทั้งในแง่การจัดการพื้นที่ เอามิติต่างๆ ของหาบเร่แผงลอยขึ้นมาวาง แล้วดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง ในเรื่องของการเป็น Model (ต้นแบบ) การเรียนรู้การจัดการ Sandbox อาจจะสำเร็จหรือไม่ก็ได้ แต่มันถูกดึงขึ้นมาเป็นข้อเสนออันหนึ่งแล้วที่ควรให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะถ้าปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มันก็จะคาอย่างนี้ไป ซึ่งไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย ทำ Sandbox ขึ้นมา แล้วดูว่ามันจะเชื่อมต่อไปอย่างไร”
ศ.ดร.นฤมล นิราทร อาจารย์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับทีมงาน “นสพ.แนวหน้า” ถึงการประชุม “สมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร” ซึ่งหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือ “หาบเร่แผงลอย” ประเด็นที่มีวิวาทะกันมายาวนาน ระหว่างฝ่ายที่เห็นประโยชน์ของหาบเร่แผงลอยในฐานะตัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกับฝ่ายที่มองว่าหาบเร่แผงลอยส่งผลกระทบต่อความสะอาด สะดวก และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองโดยเฉพาะการกีดขวางทางเท้า (“เรียกร้อง” ไม่พอต้อง “ปรับตัว” มอง “แผงลอย” ยุคนิว นอร์มอล : สกู๊ปหน้า 5 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 21 พ.ค. 2565)

สำหรับการประชุมที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวถึงนั้นคือ “สมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1” จัดขึ้นเมื่อ วันที่ 26 พ.ย. 2563 โดยมีข้อสรุปดังนี้ 1.ที่ประชุมภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 เห็นตรงกันว่า “การจัดการหาบเร่แผงลอย” เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็น “เมืองแห่งสุขภาวะเพื่อทุกคน” (Inclusive and Healthy City) ที่สนับสนุนการดำรงชีวิตของผู้คนทุกกลุ่มในพื้นที่ชุมชนเมืองอย่างครอบคลุม และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกกลุ่มสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองไปสู่ศักยภาพสูงสุดได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม
2.ที่ประชุมภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 ร่วมกันกำหนดเป้าหมายว่า ใน 5 ปีข้างหน้า (ภายใน พ.ศ.2568) การจัดการหาบเร่แผงลอยในทุกพื้นที่ สำนักงานเขตจะมีการดำเนินการโดยใช้แนวทางการบริหารจัดการระดับพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และได้รับการรับรองและสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครและหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง
3.ขอให้กรุงเทพมหานครชะลอเวลาการบังคับใช้และทบทวนรายละเอียดของ ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกาหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ” ลงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563 ดังนี้ 3.1 ชะลอเวลาการยกเลิกจุดผ่อนผันที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกออกไปก่อนเป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังประสบปัญหาผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19
3.2 กำหนดระยะเวลาดำเนินการทบทวนพื้นที่ทำการค้าที่มีศักยภาพในด้านต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และอื่นๆ ที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ประชาพิจารณ์ แจ้งความจำนงคัดเลือกผู้ทำการค้า โดยให้มีกรอบมีเวลาชัดเจนโดยไม่ชักช้า เพื่อให้ผู้ค้าได้ประกอบอาชีพโดยเร็ว 3.3 ทบทวน ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข การกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ” ลงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563 รายละเอียดในประเด็นหลักเกณฑ์การพิจารณาพื้นที่ทำการค้า
โดยเฉพาะคุณสมบัติของผู้ทำการค้าและผู้ช่วยจำหน่ายสินค้า วิธีการคัดเลือกผู้ทำการค้า เงื่อนไขการทำการค้าและข้อปฏิบัติในการขายหรือจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ทำการค้า โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้ค้ารายเดิมหรือรายเก่า และ 3.4 ให้ความสำคัญในการพิจารณาแนวทางหรือมาตรการในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้าที่ถูกยกเลิกไปเป็นกรณีเร่งด่วน
4.ขอให้กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคมและเครือข่ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอย สนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมใน การบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะเพื่อการค้าหาบเร่แผงลอย ดังนี้ 4.1 จัดตั้งกลไกการบริหารจัดการระดับพื้นที่ขึ้นมาอย่างเป็นทางการโดยมีกฎหมายรองรับ เพื่อทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการร่วมบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะระดับพื้นที่

โดยโครงสร้างของคณะกรรมการนี้ควรประกอบไปด้วย ผู้แทนของกรุงเทพมหานครภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจเอกชนภาคประชาสังคมผู้แทนผู้ทำการค้าในพื้นที่และหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้เกิดการจัดการหาบเร่แผงลอยและการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมและคำนึงถึงบริบทและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่และของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 4.2 พัฒนากลไกกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่คณะกรรมการระดับเขตและระดับพื้นที่มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้มีโอกาสกำหนดแนวทางการร่วมกันพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เหมาะสมกับบริบทและเงื่อนไขเชิงพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น
และ 4.3 ทบทวนโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการ
จัดระเบียบหาบเร่แผงลอยระดับเขต โดยเสนอให้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของผู้แทนผู้ทำการค้าในพื้นที่ ผู้แทนภาควิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง หรือเป็นผู้ที่มีความรู้และความสามารถในการร่วมคิด ไตร่ตรอง มีประสบการณ์ และมีความสามารถร่วมพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอย่างแท้จริง
5.ขอให้กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายผู้ค้าหาบเร่แผงลอยจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานคร และจัดทำผังแม่บทการใช้พื้นที่สาธารณะ อันจะทำให้เกิดการวางแผนพัฒนาพื้นที่สาธารณะระยะยาว
ที่เปิดโอกาสให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างกิจกรรมประเภทต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่ตั้ง โดยคำนึงถึงการออกแบบเพื่อทุกคนและการเชื่อมต่อพื้นที่ และทางสัญจร ได้แก่ ทางเท้า ตลอดจนกิจกรรมที่สนับสนุนความจำเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น วินมอเตอร์ไซค์ การค้าหาบเร่แผงลอย การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมประเภทอื่นๆ ที่สนับสนุน ความมีชีวิตชีวาของเมือง
6.ขอให้กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการพัฒนาการค้าหาบเร่แผงลอยในเชิงบูรณาการ ให้ความสำคัญต่อมิติต่างๆ ของการประกอบอาชีพ ที่ชัดเจนกว่าการมุ่งเน้นการจัดระเบียบโดยรวมถึงการพัฒนาผู้ค้า โดยเฉพาะความรอบรู้ด้านสุขภาพการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ
.jpg)
การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม การประกอบการ สุขาภิบาลอาหาร การติดตามและประเมินผล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีความรู้ความเข้าใจการค้าหาบเร่แผงลอยอย่างเป็นบูรณาการที่สามารถเชื่อมโยงกับแผนปฏิรูปประเทศด้านสุขภาพ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และให้ความสาคัญต่อหลักธรรมาภิบาล
7.ขอให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและกรุงเทพมหานคร ร่วมกันพัฒนาระเบียบทางการเงินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและเงินรายได้อื่นๆ เพื่อให้มีการจัดเก็บเงินรายได้จากการประกอบการของหาบเร่แผงลอยให้เป็นเงินรายได้กลับสู่ท้องถิ่น โดยควรพิจารณาความคุ้มค่าเป็นธรรมและประโยชน์ที่รัฐบาลและชุมชนพึงได้รับ ทั้งในเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียมจากการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินรายได้ของผู้ค้า เพื่อนำไปคำนวณการจัดเก็บรายได้ให้กับท้องถิ่น และการเฝ้าระวังกลุ่มผลประโยชน์
8.ขอให้สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการและหน่วยงานด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการสนับสนุนของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการศึกษาวิจัยหาบเร่แผงลอย โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การออกแบบและพัฒนาเมือง และการบริหารจัดการการทำการค้าบนพื้นที่สาธารณะแบบมีส่วนร่วม
และ 9.ขอให้คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 13 (กรุงเทพมหานคร) เป็นกลไกติดตาม ประสานงาน และขับเคลื่อนมติการจัดการหาบเร่แผงลอยและการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันของกรุงเทพมหานคร และให้รายงานความคืบหน้าตามมติในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานครทุกปี
ล่าสุดกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในวันที่ 22 พ.ค. 2565 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นของ กทม. ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ผลการเลือกตั้งเป็นไปดังคาดไม่พลิกโผ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ชนะอย่างถล่มทลายด้วยความไว้วางใจจากชาวเมืองหลวงมากถึง 1,386,769 เสียง สร้างสถิติใหม่ของผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด
ข้อมูลจาก www.chadchart.com เว็บไซต์ทางการของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายที่จะดำเนินการในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ไว้ทั้งสิ้น 214 นโยบาย (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ค. 2565)ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับหาบเร่แผงลอยโดยตรงจำนวน 11 นโยบาย ได้แก่ 1.ดึงอัตลักษณ์ สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ 2.ส่งเสริมให้ผู้ค้าแผงลอยมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ 3.สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ ช่วยดูแลพื้นที่การค้า 4.ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย พร้อมติดตามการดำเนินการ
5.เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่แผงลอย 6.หาพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของสำหรับหาบเร่หรือศูนย์อาหาร (Hawker Center) 7.ทางเท้าเดิมโล่ง สะอาด เป็นระเบียบ 8.ตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดเขต 9.ใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรม Function-based License 10.ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน และ 11.พัฒนาโอกาสและศักยภาพในตลาด กทม.
ณ วันนี้ เมื่อ กทม. ได้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าฯ คนใหม่จากการเลือกตั้งแล้ว ประกอบกับ ชัชชาติ ได้ประกาศในเช้าวันที่ 23 พ.ค. 2565 หรือเช้าวันรุ่งขึ้นหลังได้รับชัยชนะ ว่า “ปัญหาปากท้องประชาชน” จะเป็น 1 ใน 3 เรื่องแรกที่ลงมือแก้ไข ก็ต้องขอฝากข้อเสนอจากที่ประชุมสมัชชาสุขภาพ วอนท่านผู้ว่าฯ เจ้าของฉายา “บุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” พิจารณาดำเนินการด้วย!!!